Spectre ไม่ใช่แค่คอมที่โดน เพราะ iPhone 6 ก็ประสิทธิภาพหายไป 40% หลังอัพแพทช์


Spectre ไม่ใช่แค่คอมที่โดน เพราะ iPhone 6 ก็ประสิทธิภาพหายไป 40% หลังอัพแพทช์

Font Size A A A

           มื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เราก็ต่างได้เห็นข่าวของช่องโหว่ร้ายแรงอย่าง Spectre และ Meltdown ที่อ่านแล้วดูน่ากลัวเหมือนกัน เพราะยิ่งเราใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็มีความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น ! และนี่น่ากลัวไปกว่านั้นคือช่องโหว่เหล่านี้มันมีมาอยู่ซักพักแล้วก่อนที่จะเป็นข่าว 

ผลกระทบจากช่องโหว่เหล่านี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับ CPU ประเภทหรือยี่ห้อเดียว แต่เป็นไปได้กับทุก Platform และทุก Ecosystem หนำซ้ำ Patch การอุดช่องโหว่ก็มีผลกระทบตามมาอีก CPU บางค่ายเจอปัญหาประสิทธิภาพหายไป 30% ส่วนอีกค่ายก็เจอเรื่องเปิดเครื่องไม่ขึ้นเลยซะงั้น .. ป่วนกันทั่วโลกเลยทีเดียว / และถ้าใครยังคิดว่าช่องโหว่ที่ว่านั้นเจอแค่ในคอมพิวเตอร์ ใช้มือถือไม่ต้องกลัวหรอกมั้ง .. ไม่จริงครับ เพราะมือถือเองก็มี Processor เหมือนกับคอมพิวเตอร์นั่นแหละ ถึงแม้ว่าอาจจะมีโครงสร้างทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีอีกแบบ แต่โดยรวมหน้าที่มันก็คือประมวลผลเหมือนกัน และจุดบอด ช่องโหว่ ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน .. ตรงนี้แล้ว เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยครับ ในฐานะผู้บริโภค ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับฝั่งผู้ผลิตและนักพัฒนาเท่านั้นที่จะมาแก้ปัญหาตรงนี้ของเราได้ เพราะมันเป็นปัญหาระดับ Hardware ไม่ใช่ว่าเราใช้ไม่ระวังซะที่ไหน !

สำหรับ Platform อย่าง iOS ใน iPhone เองก็มีการปล่อยแพทช์ออกมาเพื่ออุดช่องโหว่นี้ โดยหลักๆจะแก้ปัญหาตัว Spectre ในเวอร์ชั่น iOS 11.2.2 ซึ่งก็จะแก้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการ Compromise Computing, Isolating Kernels, Adding Load Fences การเพิ่มเกราะป้องกันเหล่านี้ ก็มีผลกระทบอยู๋แน่นอน แต่ของ iPhone 6 นั้นจะมีผลกระทบอยู่มากเลยทีเดียว จากผลการทดสอบ Benchmark CPU Apple A8 ก่อนหน้ามีการแพทช์ ใช้ iOS 11.1.2 จะมีคะแนน Single Core อยู่ที่ 1561 และ Multi-Core อยู่ที่ 2665 แต่เมื่อทำการอัพเดทแพทช์เป็น 11.2.2 แล้วหล่ะก็ คะแนนตกลงมาเหลือ Single-Core ที่ 924 และ Multi-Core ที่ 1616 เลย นับว่าลดลง 41% และ 39% ตามลำดับ

ถึงแม้ว่าหลายๆคนจะเชื่อว่าระบบของ Apple นั้นเป็นระบบปิด ที่ Hardware กับ Software ต้องทำการ Optimize เข้ากันอย่างลงตัวและมีความปลอดภัยสูง.. ตรงนี้ก็ไม่ได้ทำให้มันรอดจากช่องโหว่นี้เลยครับ เพราะยังไงพื้นฐานของเทคโนโลยีเองก็ไม่มีทางสมบูรณ์แบบ .. เรื่องนี้ก็คงเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้ใช้งานหลายๆคน แต่ถ้ามองในแง่ดีก็คือ เอาน่า อย่างน้อยมันก็มีคนเจอแล้วจะได้แก้มันไป ประสิทธิภาพลดลงยังดีกว่าข้อมูลโดนขโมยนะ

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่น่าสนใจ