Sharkoon M25 เคสที่มี Sound Card 7.1 Channel ในตัว


Sharkoon M25 เคสที่มี Sound Card 7.1 Channel ในตัว

Font Size A A A

                  วันนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่องเคสดีกว่าครับ .. จะว่าไปแล้วเคสหรือที่ถูกต้องเรียกว่า Chassis เนี่ย มันก็มีหน้าที่อะไรไม่มากหรอก หลักๆก็แค่ยึดพวก Hardware Component ต่างๆไว้ด้วยกันเท่านั้น และก็ต่อ Front Panel เป็น Hub บวกกับติดตั้งพัดลมระบายความร้อนก็เท่านั้น ส่วนเรื่องความสวยงามและวัสดุก็เป็นอ๊อพชั่นเสริมตามงบประมาณของผู้ซื้อ แต่วันนี้เรามาแปลกซักหน่อยครับ เพราะเคสที่เราจะมาพูดถึงนั้นมีฟีเจอร์ที่ปกติมันไม่มีอยู่ในเคส .. นั่นก็คือ Integrated 7.1 Surround Sound นั่นเอง ! แปลกันตรงตัวว่าเคสรุ่นนี้สามารถ Output เสียงแบบ 7.1 Channel ได้ เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการจะใช้มันทำ Home Theater โดยไม่ต้องการใช้งาน หรือ เอื้อมไปเสียบ I/O ด้านหลังเมนบอร์ด หรือว่าบอร์ดจะไม่ซัพพอร์ต 7.1 Channel ก็ตามแต่ 

ตัวที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้ก็จะเป็นเคสจากทาง Sharkoon ในโมเดลว่า M25 ที่มีให้เลือกสองสี คือ ขาวกับดำ / เคสรุ่นนี้ก็จะเป็น Form Factor ขนาด Mid-Tower รองรับ Mainboard ขนาด ATX มาตรฐาน โดยจะจัดวางอุปกรณ์เป็นแบบ Dual Chamber Design ตามสมัยนิยมของช่วงนี้ ส่วนฟีเจอร์อื่นๆที่เกี่ยวกับเคสทั่วไปก็ให้มาตามมาตรฐานไม่ได้น้อยจนเกินไป หรือว่ามากจนเกินใช้หมด

อย่างที่เห็นครับ เคสรุ่นนี้ก็จะมีฝาข้างเป็นอะคริลิคใส ตามสมัยนิยมปี 2016 ที่ Component ต่างๆออกแบบมาให้หล่อเหลา เหมาะแก่การโชว์เป็นอย่างยื่ง .. เคสที่เป็นฝาปิดทึบก็แทบจะไม่ค่อยมีขายแล้ว ยกเว้นกลุ่มตลาด HTPC หรือ Workstation 

มาดู Pattern ภายในเคสกันบ้างครับ .. อย่างที่ได้ว่าไปตอนแรกก็คือมันออกแบบเป็น Dual Chamber ที่มีการแบ่งโซนพวก Power Supply (ใส่ได้ยาวสุด 20.5cm) และ Harddrive ที่เราอาจจะไม่ต้องการโชว์ไว้โซนนึง พวกมัดสายไฟต่างๆจะได้ซุกไว้ได้เนียนด้วย .. ซึ่งทางด้านบนก็จะเป็นพื้นที่สำหรับใส่บอร์ด ATX มาตรฐาน ที่มีการเจาะเว้าช่องบริเวณ Backplate มาให้ใหญ่มาก สำหรับเวลาเราต้องการเปลี่ยน Heatsink ที่ต้องใช้ Backplate จะได้ไม่ต้องถอด Mainboard ออกมาจากเคส นับว่าเป็นฟีเจอร์ของเคสสมัยใหม่ที่คำนึงถึงความสะดวกสบาย .. ตรง Cable Outlet หรือช่องร้อยสายไฟก็ออกมาให้ตรงกับการใช้งานพอดี ไม่ว่าจะเป็น 24-Pin PSU , 8-Pin CPU , หรือ PCI-E 6/8Pin สำหรับการ์ดจอ และ SATA ก็มีออกมาให้ตรงช่อง สายไฟที่เหลือก็อ้อมหลังเคสเอา 

พื้นที่สำหรับใส่การ์ดจอก็จะสามารถใสได้ยาวสุดที่ 40cm เต็มไซส์ของการ์ดจอยุคนี้ ด้วยความที่ไม่มี Bay 3.5" ใส่มาเหมือนเคสใส่มาด้านหน้าเหมือนสมัยก่อน ทำให้การ์ดจอนั้นใส่ยาวได้สุดพื้นที่ ยกเว้นว่าจะมีการติดตั้งหม้อน้ำหนามากๆ พื้นที่สำหรับการ์ดจอก็จะลดลงตามไป

ส่วนทางด้านบนก็จัดพื้นที่มาให้เต็มเหนี่ยวเลย โดยที่จะสามารถติดตั้งพัดลม 120mm ได้ทั้งหมด 3 ตัว หรือว่า 140mm ได้ทั้งหมด 2 ตัว .. ตรงนี้ผู้ที่ใช้ชุดน้ำน่าจะชอบ เพราะว่ามีพื้นที่สำหรับติดตั้งหม้อน้ำไว้ด้านบนพอดีเลย .. แต่การติดตั้งก็แล้วแต่เราจะไปประยุกติใช้กัน

ต่อมาเรามาว่ากันด้วยเรื่องฟีเจอร์เด็ดๆของเคสตัวนี้บ้าง .. ก็คือระบบ Integrated 7.1 Surround Sound .. พูดให้เข้าใจง่ายๆมันก็คือ Sound Card ในตัวนั่นเองครับ โดยที่การเชื่อมต่อก็ไม่ยาก เพียงแค่นำหัว Pin ที่ติดมากับตัวเคส (เชื่อมต่อกับ I/O) เสียบเข้าช่อง USB ของ Mainboard ก็เป็นอันจบแล้ว .. ตัวเคสรุ่นนี้ก็จะมีตัวถอดรหัสหรือว่า DAC มาในตัวอยู่แล้ว .. แตกต่างกับเคสทั่วไปที่ต้องเอาหัว Pin ดังกล่าวไปเสียบช่อง HD Audio เจ้า M25 รุ่นนี้แค่เปลี่ยนไปเสียบที่ช่อง USB แทนเท่านั้น

แค่นั้นไม่พอ ทาง Sharkoon ก็ยังมี Software ปรับแต่งต่างๆมาให้ด้วย .. ก็ในเมื่อมันเป็น Sound Card และ DAC แบบ Standalone แยกออกมาจากของระบบ ก็สามารถปรับแต่งอะไรได้ด้วย Software ของตัวมันเองเลย .. ผู้ใช้งานสามารถโหลดได้ผ่านหน้าเว็ป Sharkoon โดยตรง / ทางด้านฟีเจอร์นั้นก็มีพวก Equalizer หรือว่าการปรับแต่ง Effect เสียงและ Microphone Boost .. แต่ถ้าถามแอดมินตรงจุดนี้ ว่ามันมีประโยชน์ยังไง ? ส่วนตัวแล้วคงมองไปทางตลาด Gamer หรือผู้ใช้หูฟังมากกว่าครับ ที่อาจจะต่อลำโพงหลักผ่าน I/O ทางด้านหลังของบอร์ดไป แต่ว่าหูฟังเวลาเอาไว้เล่นเกมอาจจะเสียบตรง Front Panel ที่ประมวลผลจาก Sound Card ของ M25 ตัวนี้ก็ได้ จะได้มีการแยก Profile เสียงที่ชัดเจน และสามารถ Output เสียงได้สองจุดไปเลย 

 

สุดท้ายก็คือเรื่องราคาขายของเคสรุ่นนี้ครับ .. รวมๆแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 54.90 Euros หรือประมาณสองพันกว่าบาทเท่านั้น กับฟีเจอร์ระดับนี้ที่ให้มาถือว่าคุ้มค่ามาก ถึงแม้ว่าจะไม่นับพวกฟีเจอร์ Sound Card ก็เถอะ แค่มันสามารถติดตั้งหม้อน้ำด้านบนได้ ออกแบบเป็น Dual Chamber มีพื้นที่ซ่อน HDD / PSU ก็เจ๋งแล้วครับ / ส่วนทางด้านคุณภาพเสียงนั้นก็ยังไม่สามารถคอมเมนท์ได้ เพราะว่ายังไม่ได้มีตัวจริงมาให้ทดลองฟัง แต่ถ้าจะให้เดาก็คงไม่ต้องหวังอะไรมากมายครับ แค่ราคาตัวเคสสองพันกว่าบาทแค่นี้ก็คุ้มแล้วหล่ะ

 

 

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่น่าสนใจ