5G จะทำให้เวลาในการดาวน์โหลดของคุณน้อยลง เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเดือน


5G จะทำให้เวลาในการดาวน์โหลดของคุณน้อยลง เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเดือน

Font Size A A A

               ยุคที่เราใช้ 3G กันเป็นมาตรฐานหลัก เราก็ต่างเรียกร้องอยากใช้ 4G กัน ด้วยความที่มันเป็นมาตรฐานที่ใหม่กว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า ที่สำคัญที่คนเอามาเป็นปัจจัยหลักเลยก็คือ "ความเร็ว" ที่มาตรฐาน 4G นั้นทำได้เร็วกว่า 3G เป็นอย่างมาก ... จนปัจจุบันนี้ 4G ครอบคลุม เวลาโหลด Content ต่างๆ เราก็แทบไม่ต้องรอกันนานเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ถ้าวันนี้ผมจะมาพูดว่า 4G นั้นช้าเป็นเต่าไปเลยเมื่อเทียบกับ 5G หล่ะ เราก็อาจจะไม่เห็นภาพชัดเจนเท่าไหร่ใช่ไหม ? เพราะปัจจุบันนี้ถ้าเราอยู่ในจุดที่ไม่อับสัญญาณหรือไม่ติด FUP มันก็ไม่ได้ช้าขนาดน่าหงุดหงิดซะหน่อย

ล่าสุดเว็ปไซต์ Highspeedinternet.com ที่เป็นเหมือน Database คอยเปรียบเทียบความเร็วเฉลี่ยของอินเตอร์เน็ตแต่ละประเภทหรือแต่ละค่าย ก็ได้เปิดข้อมูลออกมาว่าถ้าเปลี่ยนถ่ายจาก 4G ไปเป็น 5G แบบเต็มตัวแล้ว ผู้ใช้งานจะประหยัดเวลาในการดาวน์โหลดไปโดยเฉลี่ยเดือนละ 23-24 ชั่วโมง หรือนับง่ายๆก็เกือบวันนึงเต็มๆเลยทีเดียว ! การวัดตรงนี้ก็รวมการใช้งาน Content ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่น Social Media, เล่นเกมออนไลน์, Streaming เพลงและวีดีโอผ่าน Service ต่างๆ หรือจะโหลด TV Show และหนังมาเก็บไว้ในเครื่องก็ตาม

เริ่มจากหนังก่อนเลย จากปกติความเร็วของ 4G มาตรฐานจะอยู่ที่ราวๆ 7 นาที และเมื่อเปลี่ยนถ่ายมาใช้ 5G เต็มตัวแล้ว เวลาตรงนี้จะลดลงมาเหลือ 6 วินาทีโดยเฉลี่ย .. ส่วนการ Browse Social Media นั้นก็จะลดลงมาอีก 2 นาที 20 วิ ต่อวัน (ที่ไม่เห็นผลเยอะ เพราะทุกวันนี้มันก็เร็วระดับนึงอยู่แล้ว) แต่ถ้าเป้นไฟล์ใหญ่ๆหล่ะก็จะประหยัดเวลาได้เยอะ อย่างเช่นการโหลดเกมขนาดใหญ่จะประหยัดเวลากว่าเดิมถึง 7 ชั่วโมง และ Spotify Library ขนาด 10,000 เพลง ก็จะประหยัดเวลาไปได้ 3 ชั่วโมงโดยรวม ซึ่งนอกจากความเร็วในการโอนถ่ายไฟล์แล้ว Latency ก็ดูเหมือนจะต่ำลงมากด้วยเช่นกัน (คงถูกใจคนเล่นเกมออนไลน์)

ถึงแม้เรื่องความเร็วจะได้เปรียบกว่า 4G ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้เป็นอย่างมาก แต่มันก็มีอีกจุดสำคัญที่มันสู้ 4G ไม่ได้เลยก็คือเรื่องของระยะการครอบคลุม ที่ 4G นั้นจะใช้งาน Cell Tower ซึ่งออกแบบมาให้ครอบคลุมพื้นที่ได้เป็นวงกว้าง ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการติดตั้ง Node และจุดกระจายสัญญาณมากเท่าไหร่นัก (อย่างน้อยก็เทียบกับ 5G แหละนะ) ในขณะที่ 5G นั้นถึงแม้จะยังเป็น Cell Tower เหมือนกัน แต่อยากให้มองภาพเหมือนกับ Wi-Fi Router/AP ที่เราใช้ตามบ้านกันมากกว่า มันไม่มีประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณได้ไกลเหมือน Cell Tower ของ 4G ทำให้ผู้ให้บริการค่ายต่างๆนั้นต้องลงทุนยกใหญ่ ในการติดตั้ง Node จำนวนมากขึ้น และถี่มากขึ้นด้วย ซึ่งก็เป็นภาระที่ผู้ให้บริการนั้นต้องลงทุนและอาจมาขึ้นค่าบริการกับผู้บริโภคเอา

ตอนนี้ในต่างประเทศอย่างเช่นอเมริกาก็มีการลงทุนในระบบนี้เพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นค่าย Verizon, AT&T, Sprint, และ T-Mobile ต่างก็ประกาศว่าจะเริ่มให้บริการ 5G ภายในปีนี้ หรือไม่เกินช่วงต้นปีหน้านี้แล้ว ! บวกกับข่าวหลุดข่าวลือของมือถือรุ่นใหม่ๆที่ยังไม่เปิดตัว ก็มีคำว่า 5G โผล่มาให้เห็นกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ .. ทำให้เรายิ่งมั่นใจได้อีกระดับว่า มันมาแน่ และจะมาอย่างรวดเร็วด้วย

แต่สำหรับประเทศไทยนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าจะมาเมื่อไหร่.. ส่วนตัวแอดมินก็พอใจกับมาตรฐาน 4G ทุกวันนี้แล้วนะ แค่ขอให้มันสเถียร สม่ำเสมอ มากกว่านี้ก็พอ ไม่ใช่โฆษณา 4G แรงนักหนา แต่บางจุดยังขึ้นเป็น H หรือว่า Content ไม่โหลดเลย แบบนี้ก็ไม่ไหว เพราะ 4G เองยังไช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพของเทคโนโลยี จะเอา 5G มาใช้งานก็คงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ .. และอีกอย่างคือมือถือของคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่รองรับด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่น่าสนใจ