การ Overclock ง่ายขึ้นไปอีก : EVGA อัพเดทฟีเจอร์ Stress Test เทสท์ความสเถียรการ OC ได้ใน BIOS


การ Overclock ง่ายขึ้นไปอีก : EVGA อัพเดทฟีเจอร์ Stress Test เทสท์ความสเถียรการ OC ได้ใน BIOS

Font Size A A A

 

        ยุคสมัยประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว .. การ Overclock นั้นจัดว่าเป็นเรื่องที่ยากและไกลตัว ถ้าจะทำจริงๆต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และกล้าได้กล้าเสียด้วยความที่โอกาสที่อุปกรณ์จะได้รับความเสียหายนั้นมีอยู่มาก เพราะว่าต้องมีการ Modify ที่ตัว Hardware กันตรงๆ หลังจากนั้นการ Overclock ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่ง่ายดายมากขึ้นตั้งแต่มีการปรับ Bus ปรับตัวคูณและค่าไฟต่างๆได้ง่ายขึ้นบน BIOS เอง ทำให้ไม่จำเป็นต้องไป Modify ในส่วนของ Hardware อะไรให้เสี่ยง (ยกเว้นว่าเล่นแบบหนักจริงๆหน่ะ) .. ตัว Hardware เองก็มีฟีเจอร์เพิ่มเติมขึ้นมาอีกมากมายในเรื่องความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นพวกการทำ Safety Cut ตัดการทำงานเมื่ออุปกรณ์ถูกลากไปเกินขีดที่รับไหว จนเรียกได้ว่าการ Overclock จน Hardware ตายนั้น เป็นไปได้ยากมากๆเมื่อเทียบกับยุคแรกๆ 

แต่เมื่อไม่กี่ปีไล่หลังมานี้ การ Overclock ก็สามารถทำได้โดยคนแทบทุกคนแล้ว โดยเฉพาะในระดับ Basic หรือเมื่อไม่ได้มีการ Overclock มากๆ บางทีแค่กดปุ่มสองปุ่ม ตัว Mainboard ก็จะทำการ Overclock ไปที่ระดับเหมาะสมของ Processor รุ่นนั้นๆได้แล้ว.. หรือแม้กระทั่งบางทีไม่ต้องไปกดปุ่มอะไรเลยด้วยซ้ำ Hardware มันก็ปรับความเร็วตามอุณหภูมิและ Load การใช้งานเอง .. แต่ฟีเจอร์ตรงนี้ก็คงจะเป็นการ Overclock แบบ Basic ที่ CPU รุ่นเดียวกันทุกตัวนั้นอาจจะใช้ค่าร่วมกันได้ ไม่ได้รีดประสิทธิภาพออกมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ล่าสุดแบรนด์ EVGA เองก็เปิดตัวฟีเจอร์ที่ดูแล้วเหมือนว่าจะเป็นการพัฒนาอีกขั้นของการ Overclock / แต่ฟีเจอร์นี้จะอยู่กับบอร์ดระดับ High-End อย่าง X299 Dark เป็นหลัก กับฟีเจอร์ที่เรียกว่า CPU Stress Test , EVGA OC Robot และ Gamer Mode .. อันนี้ก็เหมาะสมแล้ว เพราะว่าคนทั่วไปคงไม่ได้เข้ามายุ่งกับคำพวกนี้แน่ๆ จึงใส่มาให้เฉพาะบอร์ดที่เกิดมาสำหรับนัก OC เป็นหลัก / ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ก็สามารถเข้าถึงได้ผ่าน BIOS เลยครับ

อย่างแรกก็คือ CPU Stress Test .. อันนี้ถ้าใครต้องการ Overclock เพื่อการเอาไปใช้งานจริงหรือว่า Benchmark ให้ผ่านนั้น อาจจะต้องมีการทำ Stress Test หรือว่าทดสอบความสเถียรของ CPU วิธีการทดสอบก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่อาจจะยุ่งยากและเสียเวลาหน่อย .. โดยวิธีการทำโดยทั่วไปก็คือ Overclock ให้ได้ค่าที่ต้องการ เปิดเข้าวินโดวส์มา แล้วทำการรัน Task อะไรก็ได้ ให้ CPU นั้นทำงานเต็มประสิทธิภาพ ถ้ามันสามารถผ่านได้ในระยะเวลานึงที่เรากำหนดไว้แล้ว ก็ถือว่า CPU รุ่นนั้นมีความสเถียรพอที่จะใช้งานได้ในรูปแบบดังกล่าว / ตรงนี้ EVGA ก็เอาฟีเจอร์นี้มาให้ใช้งานกันได้ง่ายมากขึ้น ด้วยการสั่งทำ Stress Test ได้โดยปุ่มเดียวใน BIOS ไม่ต้องเสียเวลาลงโปรแกรมและ Boot เครื่องเข้าวินโดวส์ไปสั่งรัน Stress Test อีกต่อไป .. แค่ปรับค่าที่ต้องการแล้วกดปุ่มเท่านั้น ก็เป็นการทดสอบความสเถียรไปในตัวแล้ว

ถัดมาก็จะเป็นฟีเจอร์ OC Robot .. อันนี้จะเป็นเหมือนการทำ Auto-Tune ปรับจูนตัว CPU ให้เหมาะสมที่สุด / ถ้าศึกษาหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับการ Overclock ซักนิด หรือว่ารู้หลักการทำงานของ Semi-Conductor แล้ว จะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าต่อให้เป็น Hardware รุ่นเดียวกัน CPU รุ่นเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถ Overclock ได้ประสิทธิภาพเท่ากันทุกตัว บางตัวก็ลากไปได้ไกล บางตัวแทบจะ Overclock เพิ่มเติมไม่ได้เลยก็มี .. อันนี้เองผู้ใช้ก็ไม่ต้องมาเสียเวลาไล่หาค่าที่สเถียรของ CPU แต่ละตัวแล้ว แค่ติดตั้งแบบปกติแล้วเข้า BIOS กดให้มันทำการเทสท์ตัวมันเอง ก็จะได้ค่าที่เหมาะสมที่สุดของ CPU ตัวนั้นได้แบบไม่ยาก

สุดท้ายก็จะเป็น Gamer Mode .. ตรงนี้คงไม่มีอะไรหวือหวาน่าสนใจมากมาย เพราะว่า Mainboard หลายตัวในตลาดก็มีมาอยู่แล้ว ก็คือเป็นการตั้งค่า Overclock ที่ไม่ได้โหดร้ายมาก อาจจะเป็น Profile ที่แรงขึ้นกว่าเดิมนิดนึงสำหรับ CPU แต่ละรุ่น ตรงนี้อาจจะเหมาะกับการใช้งานจริงมากกว่าที่จะต้องรีดประสิทธิภาพเต็มที่ให้ตัวเลข Benchmark ออกมาสวยที่สุด

โดยรวมก็ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจครับ เพราะเป็นแค่การอัพเดททางด้าน Software หรือ BIOS เท่านั้น แต่ก็ได้ฟีเจอร์มใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานอย่างมาก ทีนี้การ Overclock ก็จะง่ายขึ้นไปอีกขั้น .. ถ้าผู้ผลิต Hardware แต่ละเจ้านั้นหันมาเพิ่มฟีเจอร์ด้วยการอัพเดท Software ให้กับรุ่นที่มีขายอยู่แล้ว แทนที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่และจำกัดฟีเจอร์ให้ใช้ได้แค่รุ่นใหม่ๆ ก็คงจะเป็นการดี

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่น่าสนใจ