ยอดขายการ์ดจอร่วงหนัก หลังตลาด Crypto Mining ซบเซา


ยอดขายการ์ดจอร่วงหนัก หลังตลาด Crypto Mining ซบเซา

Font Size A A A

              ตั้งแต่ปีที่แล้ว กระแสการขุด Cryptocurrency ก็ถือว่ามาแรงมาก โดยเฉพาะการใช้การ์ดจอในการขุดเพราะว่ามันสามารถเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่าย ขายต่อราคาไม่ตกมาก (บางทีมีกำไร) และการตั้งค่าไม่ยาก .. ด้วยราคาของ Cryptocurrency ที่จัดว่าสูง ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาล่ากำไรกันมากมาย ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรจากราคาของ Cryptocurrency เอง .. แต่ในเมื่อ Demand ของการ์ดจอมันสูงกว่า Supply ที่มีทำให้การเก็งกำไรเกินขึ้นกับราคาของตัวการ์ดจอเอง ! (ไม่เชื่อลองไปดูราคาการ์ดจอได้เลย)

แต่ยังไงทุ่งลาเวนเดอร์ก็ไม่ได้อยู่อย่างยั่งยืน .. เทียบง่ายๆคือราคาของ Bitcoin ที่เป็น Cryptocurrency หลักในช่วงเดือนธันวาคมของปี 2017 นั้น วนเวียนอยู่แถวๆ 20,000USD จนกระทั่งมาถึงในช่วงของ เมษายนที่ผ่านมา มันเหลือราวๆ 7,000USD เท่านั้น .. ร่วงกันแบบที่ว่าเอาหลายๆคนเจ้งกันเลยทีเดียว / สาเหตุก็หลายปัจจัยครับ ถึงความไม่มั่นใจในระบบต่างๆโดยเฉพาะการหลอกลวง แชร์ลูกโซ่ และมิจฉาชีพมากมาย ที่เอาเทคโนโลยีมาหาผลประโยชน์และเอาเปรียบผู้อื่น ทำให้รัฐบาลและองค์กรทางการเงินหลายประเทศนั้นออกมาวางมาตรการกีดกันและควบคุม Cryptocurrency .. การทำกำไรจากที่ง่ายดายตอนแรกก็ยากขึ้นเยอะ ผู้คนก็ออกจากตลาดไปเยอะ ส่วนสายขุดเองบางรายก็ถึงขั้นชักปลั๊กก็มี

รายงานเผย ผู้ผลิตการ์ดจอจากประเทศไต้หวันอย่างเช่น Asustek Computer, Gigabyte Technology, Micro-Star International, และ TUL ก็ได้มีสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้ขาดตลาดอย่างแรง แต่ส่วนเรื่องราคานั้นก็ยังไม่ได้มีการลดลงมามากมายแต่อย่างใด ค่า Gross Margin ยังคงอยู่ราวๆระดับ 20% ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะอยู่ที่ 40-50% เลยก็ตาม .. แต่มันก็มากกว่าช่วงต้นปี 2017 ที่ Gross Margin อยู่ราวๆ 8-10% เท่านั้น

การคาดการณ์ในอนาคตก็ดูแลัวเหมือนจะเป็นเช่นนี้ต่อไป การขุดเองก็ดูเหมือนจะหมดอนาคตลงไปอย่างต่อเนื่องๆ (อย่างน้อยก็ช่วงนี้ และอนาคตอันใกล้) เพราะรัฐบาลของแต่ละประเทศมีแต่การเพิ่มเติมกฏเกณฑ์และการควบคุมเข้ามา ทำให้การทำกำไรนั้นเป็นไปได้ยากขึ้น แม้กระทั่งบางประเทศเองที่มีการเพิ่มค่าไฟสำหรับการใช้งานที่เกี่ยวกับ Cryptocurrency Mining ด้วย ... ตอนนี้ต่างประเทศที่เป็นกำลังหลักในการทำ Crypto-Mining ก็มีการเลิกขุดกันแล้ว นักขุดรายย่อยบางรายก็ปิดเหมือง หรือว่านักลงทุนเหมืองขนาดใหญ่ก็มีการลดขนาด Scale ลง ไม่มีการเพิ่มการ์ดจอ หรือเครื่อง ASIC

ก็นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องการหาการ์ดจอมาใช้งานครับ โดยเฉพาะ Gamer ที่ไม่ต้องไปแย่งซื้อการ์ดจอกันในช่วงขาดตลาด แต่ก็คงไม่เป็นข่าวดีสำหรับนักขุดที่ถือการ์ดจออยู่เยอะทั้งๆที่ต้องมองเหรียญราคาลงและกำไรหดหาย .. นอกจากนั้นแล้วผู้จำหน่ายการ์ดเองก็คงเจ็บตัวไม่น้อย โดยเฉพาะรายที่สต๊อกของไว้เยอะๆ / การ์ดจอจะกลับมาขายดีเหมือนปีที่แล้วอีกครั้งก็ต่อเมื่อราคา Cryptocurrency นั้นสูงพอที่จะทำกำไรหรือไม่ก็ค่า Difficulty ที่ต่ำลงมาจนน่าลงทุน .. แต่ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ได้ ก็คงต้องกลับไปหวังตลาด Gamer เหมือนช่วงก่อน Cryptocurrency เข้ามาบูมนั่นแหละครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่น่าสนใจ