รัฐบาลสหรัฐเตือน แปะสติ๊กเกอร์ประกันแบบ "Warranty Void if Removed" ผิดกฏหมาย


รัฐบาลสหรัฐเตือน แปะสติ๊กเกอร์ประกันแบบ "Warranty Void if Removed" ผิดกฏหมาย

Font Size A A A

          งเห็นกันจนเคยชินแล้วใช่ไหมครับ สำหรับสติ๊กเกอร์การรับประกันหรือที่เราเรียกกันว่าสติ๊กเกอร์วอยที่ชอบแปะอยู่ตามหัวน๊อตหรือฝาอุปกรณ์ไอทีต่างๆ และมีเขียนว่า Warranty Void if Removed หรือแปลเป็นไทยคือ ถ้าสติ๊กเกอร์นี้ถูกลอกออกหรือทำลาย การรับประกันจะสิ้นสุดลง .. แปลเป็นภาษาคนมากกว่านั้นคือ ประกันหมดทันที ถ้าสติ๊กเกอร์นี้ไม่อยู่ในสภาพเดิม

ตรงนี้ก็มักจะเป็นฝันร้ายสำหรับนักโมดิฟายหรืออัพเกรดกันพอสมควร เมื่อเห็นสติ๊กเกอร์นี้ก็จะต้องรู้สึกเกรงกลัวว่าประกันของอุปกรณ์ใหม่เอี่ยมที่ซื้อมานั้นมันจะหมดลงหรือเปล่า ถ้าเราไปแกะหรือเปิดอุปกรณ์เหล่านั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร จะซ่อม หรือ จะอัพเกรดก็ทำไม่ได้ทั้งนั้น จำใจต้องส่งเข้าศูนย์ทุกครั้งไป .. หรือถ้าอยากจะลักไก่ มันก็มีวิธีลอกสติ๊กเกอร์วอยเหล่านั้นก่อนที่จะบรรเลงรื้ออยู่ดี (แต่มันก็ไม่ง่าย และเสี่ยงต่อวอยขาดอยู่ดี) 

ผู้อ่านเว็ปไซต์ OverclockZone อาจจะเห็นสติ๊กเกอร์เหล่านี้บ่อยๆบนโน๊ตบุ๊ค (เวลาจะแกะมาอัพเกรด) , หรือน๊อตยึดซิงค์การ์ดจอเวลาจะถอดมาเปลี่ยนซิงค์หรือเปลี่ยน Thermal Paste ภายใน / จริงๆแล้วมันมีอยู่ในอุปกรณ์แทบจะทุกอย่างเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น TV, เครื่องเกม Console, อุปกรณ์ Mobile Device, เครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้าน, หรือแม้กระทั่งรถยนต์เองก็มี และที่เราพบเจอกันมานานมากๆ ทำให้เราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่บริษัทเหล่านั้นมีสิทธิทำได้ .. จริงๆแล้วมันก็ใช่ครับ เพราะตรงนี้กฏหมายขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศด้วย แต่ไม่ใช่ในสหรัฐอเมริกา

ล่าสุดเอง Federal Trade Commission (FTC) อธิบายเป็นไทยก็คือ คณะกรรมาธิการการค้าแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลสหรัฐ มีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคก็ได้ออกมาเตือนบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศตัวเอง 6 เจ้า นั่นก็คือ Nintendo, Microsoft, Sony, HTC, ASUS และ Hyundai ว่าทำแบบนี้ไม่ได้นะเฮ้ย ! มันผิดกฏหมายว่าด้วยเรื่องการรับประกัน Magnuson Moss Warranty Act ซึ่งได้กำหนดไว้ว่า ผู้ผลิตไม่มีสิทธิที่จะห้ามผู้บริโภคซ่อมอุปกรณ์ด้วยตัวเองหรือซ่อมภายนอกด้วยการตัดประกัน .. การกระทำแบบนี้เป็นการทำร้ายผู้บริโภคตรงที่ผู้บริโภคนั้นจะต้องเสียเงินซื้อสินค้าจากศูนย์บริการเพียงอย่างเดียว ไม่มีทางเลือกที่ราคาถูกกว่าหรือคุณภาพดีกว่า และนอกจากนั้นยังเหมือนเป็นการผูกขาดด้วย ไม่ให้คู่แข่งหรือผู้ทำอุปกรณ์เทียบเคียงได้ขายสินค้าเลย ..ตรงนี้จะมีข้อยกเว้นสำหรับบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ภายในและค่าซ่อมฟรีเมื่อเกิดปัญหา คือง่ายๆครับ ถ้าบริษัทไหนแปะวอยกันแกะมาให้ลูกค้า บริษัทเหล่านั้นต้องซ่อมฟรี เปลี่ยนอะไหล่ฟรีด้วย ตรงนี้ผู้บริโภคก็จะได้ประโยชน์และไม่จำเป็นต้องหาทาง DIY ซ่อมเองแต่อย่างใด หรือว่า ถ้าจะคิดเงินค่าซ่อมเขาอยู่แล้ว ก็ไม่มีสิทธิไปห้ามเขาแกะวอย ผู้บริโภคก็ควรจะมีสิทธิเลือกว่าจะซ่อมเบื้องต้นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น RAM มีปัญหา หรืออยากจะอัพเกรด แต่แกะ Notebook ออกมาแล้วประกันหมดทั้งเครื่อง มันก็ไม่ถูกใช่ไหมหล่ะ ?

ตอนนี้บริษัทเหล่านั้นก็ได้รับจดหมายจาก FTC ให้เปลี่ยนแปลงนโยบายการรับประกันภายใน 30 วัน มิเช่นนั้นอาจจะมีการดำเนินการทางกฏหมายต่อไป

ส่วนตัวแอดมินก็มองเป็นสองแง่ครับ .. ส่วนหนึ่งทางฝั่งผู้ผลิตก็คงต้องรักษาผลประโยชน์ตัวเอง เช่นผู้ใช้งานบางคนอาจไม่มีความรู้เพียงพอแกะออกมาอัพเกรดหรือซ่อมแซม DIY เองแล้ว อาจจะพังยกใหญ่ ทำให้บริษัทต้องมารับผิดชอบกับปัญหาของโปรดักส์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดของบริษัท แต่เป็นความผิดของผู้ใช้งานเอง / ส่วนฝั่งผู้บริโภคก็คงจะเห็นว่าผู้ผลิตนั้นหน้าเลือดเกินไป ซื้อของมาแล้วห้ามนู่นห้ามนี่ทุกอย่างเลยสินะ ?

อันนี้บางบริษัทในไทยก็มีทางออกให้นะครับ ก็คือมีสติ๊กเกอร์วอยห้ามแกะนั่นแหละ แต่ถ้าจะทำการอัพเกรดก็สามารถนำเข้าศูนย์บริการและเอาอุปกรณ์ที่ต้องการอัพเกรดไปให้ศูนย์ติดตั้งได้ ถือเป็นการ Win-Win ทั้งสองฝ่าย จะมาบอกว่า User ทำพังเองก็ไม่ได้ หรือบางบริษัทเองก็ไม่ได้สนใจ Warranty Void if Removed เลยด้วยซ้ำ แต่จะเช็คจากอาการว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นจาก User หรือโปรดักส์เอง ต้องดูเป็นเคสๆไป

อย่างไรก็ตาม กฏหมายนี้ เป็นกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกา ที่ต้องอนุญาตให้ผู้ใช้นั้น DIY ซ่อมแซมเบื้องต้นเองได้ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีกฏหมายที่แตกต่างกันไป ประเทศไทยเองแอดมินก็ไม่แน่ใจว่ามีกฏหมายนี้อยู่หรือเปล่า แต่เท่าที่รู้คือต่อให้มีวอยแปะมา ก็ยังไม่ค่อยได้ยินคนบ่นเรื่องปัญหาการรับประกันเท่าไหร่นะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น