Gaming Headset สุดคุ้มในงบ 2500


Gaming Headset สุดคุ้ม
ในงบ 2500

รีวิวโดย : OCz_Jeager

Font Size A A A

 

          สวัสดีครับทุกท่านวันนี้เรายังคงเอาใจชาวเกมเมอร์ทุกท่านกับบทความแนะนำอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นเกมมิ่งเกียร์ที่สำคัญอีกหนึ่งชิ้นของการเล่นเกมเลยทีเดียวกับหูฟังหรือ Gaming Headset ซึ่งหูฟังในปัจจุบันนั้นมีอยู่ด้วยกันในตลาดบ้านเราหลายระดับ หลายราคาซึ่งคุณภาพนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน ทั้งในเรื่องของฟีเจอร์ต่างๆ การแยกแยะเสียง แยกแยะทิศทางหรือแม้กระทั่งวัสดุการผลิตความแข็งแรงทนทาง เสียงของไมโครโฟนวันนี้ทางเรามี Gaming Headset จาก 4 แบรนด์ที่มีโปรดักส์เกี่ยวกับเกมมิ่งเกียร์ที่เรารู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันว่าแล้วเราก็ไปดูกันดีกว่าว่า 4 รุ่นหลักๆนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

 

 

Steelseries Siberia 200

 

 

สำหรับตัวแรก Siberia 200 เป็นรุ่นอัพเกรดจากหูฟังยอดนิยมอย่าง Siberia V2 ที่เกมเมอร์เลือกใช้กันอย่างแพร่หลายมากในอดีตและในปัจจุบันก็ยังมีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยที่ยังคงหลงรักกับเจ้า Siberia กันอยู่ด้วยราคาที่ไม่แพงมากจนเกินไป รวมไปถึงมีสีสันให้เลือกซื้อมากถึง 7 สีด้วยกันสำหรับตัวหูฟังนั้นสวมใส่สบายพอสมควรเมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานานๆจะไม่ค่อยมีอาการเมื่อยหรือปวดหูซักเท่าไร รวมไปถึงไมโครโฟนที่มี Build in มาให้เลยโดยไม่ต้องไปซื้อแยก เรียกได้ว่า Siberia 200 นับว่าเป็นหูฟังอีกหนึ่งรุ่นที่แยกแยะทิศทางของเสียงได้ดีถึงแม้ว่าเราจะใช้งานแบบเพียวๆกับ Sound Card ออนบอร์ดบนเมนบอร์ดของเรา สำหรับราคานั้นก็จะอยู่ในช่วงประมาณ 2,190 (อ้างอิงจาก www.gump.in.th)

 

 

Razer Hammerhead PRO V2

 

 

สำหรับตัวที่2 เราเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นหูฟังแบบ In-Ear กันบ้างกับแบรนด์งูเขียว Razer ในรุ่น Hammerhead ProV2 ซึ่งจะแตกต่างจากตัวธรรมดาตรงที่ว่าตัว Pro นั้นจะมีไมโครโฟนมาให้เราได้ใช้งานด้วยเป็นการใช้งานแบบ Small Talk เพื่อใช้งานกับโทรศัพท์ของเราได้อย่างไม่มีปัญหา สำหรับจุดเด่นๆของเจ้าตัวนี้ก็น่าจะเป็นที่ขนาดที่เล็กสามารถพกพาไปใช้งานในรูปแบบต่างๆได้อย่างอิสระมากเพราะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดนั่นเอง รวมไปถึงประสิทธิภาพในการใช้งานนั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า Headset ตัวใหญ่ๆแต่อย่างใด แต่ติดอยู่หนึ่งเรื่องก็น่าจะเป็นที่มันเกินงบประมาณมา 100 กว่าบาทแต่ก็ถือว่าหยวนๆไปละกันนะสำหรับ Hammerhead Pro V2 ราคาจะอยู่ที่  2,690 (อ้างอิงจาก www.gump.in.th)

 

 

Ttesports SHOCK 3D 7.1

 

 

มากันถึงตัวที่ 3 กับ Tt eSPORTS SHOCK3D 7.1 ซึ่งเจ้าตัวนี้จะเป็นหูฟัง Interface การเชื่อมต่อแบบ USB เพราะว่าตัวหูฟังนั้นจะเป็นระบบ 7.1 แบบจำลองซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมต่อผ่าน USB นั่นเองเพราะตัวหูฟังนั้นจะมี Sound Card เป็นของตัวเองสำหรับ SHOCK3D 7.1 ทางเว็บของเราเคยได้รีวิวกันไปแล้วเมื่อซักพักที่ผ่านมาลองไปไล่หาอ่านกันดูได้นะครับ สำหรับระบบเสียงแบบ 7.1 จำลองนั้นก็จะมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปในเรื่องของการแยกแยะทิศทางของเสียงที่จะมีมากขึ้น แต่ถ้าเราใช้กับเกมที่ไม่ได้รองรับในระบบเสียง 7.1 ก็จะดูเป็นการไร้ประโยชน์ไปเสียหน่อยอาจจะทำให้การได้ยินของเรานั้นผิดเพี้ยนไปจากเดิมเสียด้วยซ้ำแต่สำหรับการใช้งานในเรื่องของการดูหนังฟังเพลงนั้นสามารถทำออกมาได้อย่างดีคุ้มกับราคาเลยทีเดียว ราคาจะอยู่ที่  2,590 (อ้างอิงจาก www.gump.in.th)

 

 

Kingston HyperX Cloud Core

 

 

และสำหรับตัวสุดท้ายที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์คุณภาพในเรื่องของหูฟังก็คือ Hyper X Cloud Core ซึ่งจะเป็นรุ่นที่แตกต่างจากรุ่นยอดฮิตอย่าง Cloud 2 ตรงที่ว่าตัว Cloud Core นั้นจะไม่มีตัว Sound Card แบบ 7.1 จำลองให้มาด้วยจึงอาศัยการเชื่อมต่อจากพอร์ต 3.5mm มาตรฐานทั่วไปสำหรับ Cloud Core นั้นการใช้งานถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลยทีเดียวที่แยกแยะทิศทางของเสียงในเกมแบบ FPS ได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ ยิ่งถ้าใช้งานรวมกับ Sound Card เทพๆซักตัวรับรองว่าได้เปรียบเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน รวมไปถึงการใช้งานในระยะเวลานานๆนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของความปวดที่เกิดจากการบีบรัดของหูฟังแบบ Headset เลยเพราะตัวหูฟังได้ออกแบบมาเพื่อรองรับกับการใช้งานเป็นระยะเวลานานๆ ราคาจะอยู่ที่ 2,290 (อ้างอิงจาก www.gump.in.th) พูดกันตรงๆแล้วปัจจุบันเกมเมอร์หลายท่านอาจจะเลือกใช้งานหูฟังมากกว่าลำโพงเพราะด้วยความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้นรวมไปถึงการตัดเสียงรบกวนจากรอบข้างเพื่อสมาธิที่ดีในการเล่นเกม ทำให้หูฟังในปัจจุบันนั้นมีออกมาให้เราเลือกกันหลายแบบหลายแบรนด์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยในการเลือกซื้อ Gaming Headset ของเกมเมอร์ทุกท่านด้วยนะครับ สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวลาไปก่อนแต่เพียงเท่านี้ พบกันบทความหน้าสวัสดีครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น