ASUS ZenFone Zoom S มือถือกล้องคู่ล่าสุดในซีรีส์ ZenFone


ASUS ZenFone Zoom S
มือถือกล้องคู่ล่าสุดในซีรีส์ ZenFone

รีวิวโดย : asaniv

Font Size A A A

          สวัสดีครับ มิตรรักแฟนเรายการทีวีของ Overclockzone ทั้งหลาย ถ้าถามว่ารู้จัก Asus กันไหม เชื่อว่าคำตอบจะต้องมีคำตอบเดียวอย่างแน่นอน แหม ก็เล่นผลิตสินค้าตั้งแต่สากกะเบื้อยันเรือรบ ตั้งแต่อุปกรณ์ประกอบคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงเราท์เตอร์ และมือถือ จะไม่รู้จักกันได้ยังไง

บริษัท Asus เองทำสินค้าหลายอย่างมากๆ รวมไปถึงมือถือที่เคยขายดีขาดตลาดจนสต๊อกของไม่ทันกันมาแล้ว อย่างซีรีส์ ZenFone ตั้งแต่รุ่นแรกๆ จนกระทั่งวันนี้ได้ส่ง Asus ZenFone Zoom S มาให้ทีมงานรีวิวนั่นเอง

รูปร่างหน้าตาภายนอก

ZenFone Zoom S ถือเป็นมือถือในครอบคัรว ZenFone 3 นั่นเอง โดยมีจุดเด่นด้านฮาร์ดแวร์หลายข้อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกล้องคู่ หรือแบตเตอรีขนาดใหญ่ 5,000 mAh นั่นเอง โดยกล้องคู่นั้นออกแบบมาเพื่อการซูมที่ 2.3 เท่าแบบออพติคอล ภาพไม่แตกแม้จะซูมเข้าไป น่าเสียดายที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัดคอนทราสต์ในภาพ หรือทำโบเก้หน้าชัดหลังเบลอแบบที่ได้รับความนิยมจากฝั่งคู่แข่งที่ใช้กล้องคู่

มือถือ Asus Zenfone Zoom S (หลังจากนี้จะเรียกสั้นๆ ว่า ZenFone Zoom S) แตกต่างจากรุ่นพี่สักหน่อย เนื่องจากบอดี้ของมันเป็นโลหะ กล้องเลนส์คู่เป็นจุดเด่นด้านหลังของตัวเครือง ที่สำคัญคือแบตเตอรีมีขนาดใหญ่มากจนน่าตกใจ คือ 5,000 mAh นั่นเอง ขอสารภาพเลยว่าได้มาใช้สี่ห้าวันแบตเตอรียังไม่หมดเลยสักครั้ง แถมตัวเครื่องยังบางกว่าที่คิดอีกต่างหาก จนรู้สึกว่าอยากให้มือถือทุกรุ่นขนาดประมาณนี้แต่แบตเตอรี 5,000 mAh บ้างเลย

หน้าจอและขนาดตัวเครื่องยังคงเป็นไปตามมาตรฐาน ZenFone ครับ คือมีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว และความละเอียดเพียง Full HD เท่านั้น ข้อดีก็คือจะไม่กินไฟในการประมวลผลภาพหน้าจอมาก เมื่อรวมกับแบตเตอรีปริมาณมากแล้วทำให้อายุการใช้งานยาวนานเหลือเชื่อเลยทีเดียว ที่สำคัญคือกระจกหน้าจอนั้นเป็น Gorilla Glass 5 รุ่นล่าสุด คงทน เป็นรอยขีดข่วนยากครับ กระจก Gorilla Glass 5 นั้นค่อนข้างทนทาน แต่ถ้าแตกก็จะไม่เป็นเศษคมๆ บนพื้น เชื่อผมครับ ผมเคยทำแตกมาแล้ว แม้จะต้องร้องกรี๊ดที่ทำจอแตก แต่อย่างน้อยกระจกก็ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานที่เดินไปมาเลย

ด้านบนหน้าจอจะมีไฟแจ้งเตือน Notification, กล้องหน้า 13 Megapixel, Proximity Sensor และลำโพงนั่นเอง (โทรศัพท์ที่ด้านหน้าเป็นสีดำจะเห็นเพียงกล้องหน้า ตัวเซนเซอร์นั้นจะกลืนไปกับสีด้านหน้าหมด)

พาแนลหน้าจอที่ใช้คือ AMOLED สีสดจัดจ้านภาพสวยตามสมัยนิยม ปุ่มด้านล่างของ ZenFone Zoom S นั้นเป็นแบบ Capacitive น่าเสียดายที่ไม่มีไฟแบคไลท์ ทำให้การจิ้มปุ่มในความมืดค่อนข้างจะยากสักหน่อย เพราะจิ้มผิดจิ้มถูกมองไม่เห็นกันเลย

ด้านซ้ายของตัวเครืองนั้น่อนข้างเรียบง่าย มีเพียงช่องใส่ซิมเท่านั้น โดยผู้ใช้งานต้องเลือกเอาว่าจะใช้ 2 SIM หรือ SIM + MicroSD อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น (ถาดใส่ซิมแบบนี้เรียกว่า Hybrid SIM)

ด้านขวาของตัวเครื่องเป็นปุ่ม Vol. Up/Down และ Power แตกต่างจากยี่ห้ออื่นไปบ้าง โดยส่วนตัวปรับตัวหน่อยเนื่องจากแต่เดิมใช้รุ่นที่ปุ่มบนสุดเป็น Power แล้วค่อยลงมาเป็น Vol. Up/Down ตรงกลางเครื่องแทน ซึ่งใครที่ใช้แบบนั้นมาอาจจะกดผิดบ้างในระยะแรกๆ ที่เปลี่ยนมาใช้ Asus ZenFone Zoom S

ด้านล่างของตัวเครื่องนั้นมีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน พอร์ต USB Type C และลำโพงของเครื่องนั่นเอง เนื่องจากเครื่องใช้พอร์ตมาตรฐานใหม่อย่าง USB Type C สายที่แถมมาให้ก็เลยต้องเป็น USB Type C ด้วย แต่หัวเป็น USB Type A แบบที่คุ้นเคยกัน พร้อมหัวชาร์จ 5V2A เท่านั้นเอง

มาดูกล้องกันบ้าง ตามภาพที่เห็นจะเป็นกล้องเลนส์คู่ ทั้งสองตัวมีระยะทางโฟกัสไม่เท่ากัน โดยเลนส์หลักเลนส์เทเล SONY IMX 361 ระยะ 25 มม  (เลนส์รองจะเป็นเลนส์ไวด์ ระยะโฟกัส 59 มม) มี OIS และ  EIS ข่วยกันภาพสั่นไหว จากการยืนถ่ายพบว่าช่วยกันสั่นได้ค่อนข้างดีทีเดียว แม้จะเป็นการถ่ายตอนกลางคืนที่ต้องใช้เวลาสปีดชัตเตอร์นาน น่าเสียดายเลนส์นูนออกมาจากตัวเครื่องนิดนึง ไม่ราบเรียบไปกับฝาหลัง ข้างล่างจะเป็นแฟลช LED และเลเซอร์ออโต้โฟกัส ตรงกลางเครื่องเป็นตัวอ่านลายนิ้วมือที่สแกนได้ค่อนข้างไว ที่สำคัญคือไม่ต้องเปิดเครื่องก่อนแล้วค่อยแสกนให้เสียเวลา แสกนตอนที่เครื่อง Sleep อยู่ก็ใช้งานได้ทันทีเลย

สเปคภายใน

พูดถึงสเปคที่มองไม่เห็นจากภายนอกกันบ้าง ZenFone Zoom S นอกจากจะเน้นกล้องแล้วยังเน้นการทำงานเอนเตอร์เทนเมนต์อีกด้วย โดยรองรับการถอดรหัสไฟล์เสียงแบบ Hi-RES Audio ที่เป็นผลงานของ SONY และเพิ่งเริ่มได้รับความนิยมจากผู้ผลิตรายอื่นกันบ้าง แต่ถ้าใครอยากได้อรรถรสไฟล์ Hi-RES จริงๆ จะต้องมีหูฟังหรือลำโพงที่รองรับด้วย ซึ่งในตอนนี้ยังมีน้อยรุ่นอยู่พอสมควร ถ้าไม่รีบอนาคตสักปีหรือสองปีข้างหน้าน่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นที่ซื้อเทคโนโลยีของ SONY ไปผลิตเองกันบ้างแล้ว

หน่วยประมวลผลของ ZenFone Zoom S นั้นไม่ได้ใช้รุ่นบนสุดแบบ Snapdragon 821 แต่ประการใด ทาง Asus เลือกใช้ Snapdragon 625 เท่านั้น ประสิทธิภาพถ้าไม่ได้เล่นเกมส์หนักๆ จัดว่าโอเคเลยทีเดียว ใครที่คาดหวังจะแรงเหมือน ZenFone 3 คงต้องผิดหวังสักหน่อย แต่การที่ใช้ Snapdragon 625 นี่ก็ดีตรงที่ประหยัดพลังงานอย่างไม่น่าเชื่อตามที่ผมบอกไปแล้ว คือได้มาใช้สี่วันแล้ว ถอดที่ชาร์จแบตตอนเช้าจนกระทั่งดึกๆ ดื่นๆ แบตเตอรีก็ยังไม่หมดเสียที

ตัวเครื่องมี RAM 4GB และพื้นที่ในเครื่อง 64GB จัดว่าเป็นสเปคระดับบนของปีที่แล้วเลย (ปีนี้คงไปกันที่ 8GB/128GB) ทำให้การใช้งานเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ใช่เล่นเกมส์อย่าง Facebook, LINE สามารถไหลลื่นกันไปได้อีกหลายปีเลย

แบตเตอรีนั้นเป็นอะไรที่ใหญ่จนไม่น่าเชื่อเอามากๆ เนื่องจาก Asus ใจป้ำจับใส่มาถึง 5,000 mAh เลยทีเดียว และยังเหมือนรุ่นก่อนๆ คือสามารถใช้มันแทนพาวเวอร์แบงค์ชาร์จไฟให้รุ่นอื่นได้ด้วย (ในกล่องมี USB OTG มาให้) น่าเสียดายที่หัวชาร์จนั้นเป็นเพียง 5V2A เท่านั้น ทำให้การชาร์จต้องใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมงด้วยกัน ส่วนตัวคิดว่าถ้าให้ Quick Charge 3.0 มาด้วยคงจะดีกว่ามาก เนื่องจากความจุไฟค่อนข้างสูง การชาร์จด้วยพลังงานเพียง 10Watt ค่อนข้างสวนทางกับปริมาณที่ให้มา

ระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการนั้นเป็น Android 6.0 Marshmallow ครอบทับด้วย ZenUIอีกทีหนึ่ง ผู้ที่ใช้งานมือถือ Asus ZenFone รุ่นอื่นๆ มาก่อนหน้าคงจะไม่รู้สึกแปลกตามากนัก เนื่องจากหน้าจอ ไอคอน และการใช้งานใช้ ZenUI Launcher เหมือนกันทั้งหมด 

Benchmark

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าการ Benchmark กลายเป็นเรื่องข่มขวัญคู่แข่งมากกว่าจะเป็นการวัดการใช้งานไปแล้ว เนื่องจากมือถือที่ได้ผลทดสอบสูงๆ ไม่ได้แปลว่าจะดีเสมอไป เนื่องจากตัวแปรที่จะทำให้คะแนนสูงนั้นมีค่อนข้างเยอะ อีกทั้งตัวแปรเหล่านั้นอาจจะไม่ช่วยเร่งการใช้งานจริงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

กล้องดีสมชื่อ Zoom S หรือเปล่า

จากการใช้กล้องถ่ายรูปพบว่าน่าประทับใจในระดับหนึ่ง เซนเซอร์ที่ถ่ายภาพทำได้ดีกว่ามือถือส่วนตัวที่ใช้อยู่อย่างแน่นอน การถ่ายภาพในตอนกลางวันคงไม่ต้องพูดถึงว่าดีแค่ไหน มือถือทุกวันนี้สามารถถ่ายภาพตอนกลางวันได้อย่างดี สวยงามอย่างไม่ต้องสงสัยอยู่แล้ว

ภาพตอนกลางคืนดูจะเป็นตัวปราบเซียนกล้องมือถือตัวจริงเสียมากกว่า จากการใช้ ZenFone Zoom S ถ่ายภาพในยามกลางคืนก็พบว่าภาพอยู๋ในช่วงที่น่าประทับใจ (แต่ยังไม่ดีจนถึงขั้นต้องร้องว้าวออกมา) ภาพที่ได้นั้นทำได้ดีกว่าที่คิดมาก และมีตัวเลือกเยอะสมกับการชูจุดเด่นเรื่องกล้อง ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเป็นโหมด Manual ที่ปรับรายละเอียดการถ่ายภาพต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาชัตเตอร์, รูรับแสง, ค่า ISO, โหมดชดเชยแสง และอื่นๆ อีกมาก สำหรับวิดิโอนั้นมือถือรองรับการถ่าย 4K ด้วย น่าเสียดายที่ตอนผมทดสอบไม่สามารถเปิดกล้องเพื่อถ่าย 4K ได้ โดยแอพกล้องแจ้งว่าพบปัญหาและก็ดับไป ไม่ได้ลองเปิดถ่าย 4K ส่วนการถ่ายแบบ Full HD นั้นค่อนข้างเป็นที่น่าพึงพอใจ

ในเชิงสเปคแล้ว Asus ZenFone Zoom S นับว่าเป็นมือถือน่าสนใจเอามากๆ เลยทีเดียว ดังนั้นไปดูตัวอย่างภาพกันดีกว่าครับ

ตัวอย่างภาพ

การซูม 2.3 เท่านั้นอาจจะไม่ได้มากมายอะไรนัก โดยเฉพาะวัตถุที่อยู่ห่างออกไปมากๆ จากภาพจะเห็นว่าระยะที่เพิ่มขึ้น 2.3 เท่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะโฟกัสอาคารสีส้มได้ แต่ถ้าเป็นระยะใกล้ๆ ไม่เกิน 10 เมตรก็น่าจะดีไม่น้อยทีเดียว

ในบางสภาพแสงนั้น Asus ZenFone Zoom S สามารถทำการซูมดิจิตอลแต่ยังได้ภาพที่ชัดเจนอยู่ (ในภาพซูม 5 เท่าแล้ว เป็นการซูมออพติคัล และดิจิตอล) รายละเอียดยังดูดีอยู่พอสมควร

แน่นอนว่าการซูมแบบดิจิตอลนั้นเป็นดาบสองคม แม้จะโฟกัสความสนใจไปยังจุดที่ผู้ถ่ายต้องการ แต่ก็ต้องแลกกับการที่ภาพจะแตกเละไม่น้อย อย่างที่เห็นในภาพเมื่อทำการซูมสุดความสามารถแล้วภาพก็เละไม่น้อยเลย

ภาพในตอนกลางคืนนั้นยังไม่ได้ดีสุดๆ จนต้องร้องว้าว แต่ภาพที่ได้ออกมาก็ดีกว่าที่คาดคิดเอาไว้ตอนแรกพอสมควร ตัวภาพนี้ตามนุษย์มองแทบไม่เห็นแล้วเพราะแสงน้อยมาก แต่เมื่อถ่ายมาแบบออโต้ ตัวเครื่องเร่ง ISO ขึ้นไปจนนอยส์เต็มภาพอย่างที่เห็น แต่ก็ทำให้มองเห็นอาคารขึ้นมาได้ อีกเรื่องที่น่าชื่นชมก็คือ OIS และ EIS ที่กันสั่นและแก้ไขภาพสั่นทำงานได้ดีมาก ในภาพชัตเตอร์อยู่ราวๆ 1 วินาที มือไม่นิ่งมากนัก แต่ภาพที่ได้ออกมาก็ไม่มีจุดเบลอจากการสั่นไหวแต่ประการใด

ในภาพเป็นการถ่ายด้วยโหมดหน้าชัดหลังเบลอแบบปรับแต่งเองได้ จะเห็นว่าพุ่มไม้ด้านหลังที่อยู่ใกล้วัตถุหน้ากล้องชัดกว่าด้านข้าง ทั้งที่เป็นระยะห่างเดียวกัน  ถือว่าน่าเสียดายที่กล้องมีทั้งเลนส์คู่ และเลเซอร์ออโต้โฟกัสแต่กลับไม่สามารถวัดระยะวัตถุเพื่อใช้ซอฟท์แวร์ทำหน้าชัดหลังเบลอได้ดีนัก

ท่ามกลางสภาพแสงเมฆครึ้ม โหมด HDR ทำงานแปลกๆ สักหน่อย คือเร่ง Saturation ให้สีอิ่มเกินความเป็นจริง ขณะที่ส่วนที่โดนแสงเลียจนสว่างเกินไปก็สีซีด ทำให้ภาพออกมาไม่สมจริงมากนัก

สภาพแสงที่ถ่ายในอาคารนับว่าทำได้ค่อนข้างดี สีไม่สดจนผิดธรรมชาติ และยังคงความสว่างเอาไว้

ในบางสถานการณ์ที่สภาพแวดล้อมมืดจริงๆ กล้องก็อาจจะสู้ไม่ไหว ตัวเลือกที่ดีคือการเปิดโหมด Manual แล้วปรับค่าด้วยตัวเอง ในภาพตั้งเวลาชัตเตอร์ไว้ 2 วินาที และเร่ง ISO ขึ้น ทำให้ได้ภาพที่สว่างขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับมือที่นิ่ง เนื่องจากถ้าสั่นนิดหน่อยภาพก็จะเบลอไปหมด

สรุป

เป้าหมายของ Asus ZenFone Zoom S คือการชนกับมือถือรุ่นใหญ่สเปคสุดโหด ราคาสุดแพงอย่าง iPhone 7 Plus กล้องคู่ที่ราคาแตะหลักสามหมื่นบาทไปแล้ว ซื้อ ZenFone Zoom S ได้เกือบๆ สองเครื่องด้วยกัน ทำให้คนที่อยากได้กล้องคู่สเปคดีๆ แต่ไม่อยากจ่ายเงินสามหมื่นบาทเพื่อมือถือแค่เครื่องเดียวลองพิจารณาดู อย่างไรก็ตามราคาช่วงนี้คู่แข่งที่เป็นกล้องคู่ก็เยอะไม่น้อย หรือแม้กระทั่งกล้องเลนส์เดียวที่ประสิทธิภาพและปรับแต่งอย่างดีก็มีเช่นกัน

ราคาของ ZenFone Zoom S จัดว่าไม่ได้แพงจนเกินไป แต่คู่แข่งรายอื่นๆ ในตลาดก็ใกล้เคียงทั้งราคาและประสิทธิภาพ ทำให้การเข้าสู้อาจจะยากสักหน่อย เนื่องจากผู้บริโภคที่เป็น Price Sensitive อาจจะสนใจรุ่นที่ถูกกว่านั่นเอง อันนี้แนะนำว่าลองจับสัมผัสด้วยตัวเองดู เพราะนอกจากกล้องแล้วงานประกอบและซอฟท์แวร์ของ Asus ก็จัดว่าอยู่ในแนวหน้าของวงการมือถือเช่นกัน เชื่อว่าหลายๆ คนจะพิจารณา Asus ZenFone Zoom S ไว้ในรายการมือถือที่น่าซื้ออย่างแน่นอน

ร่วมแสดงความคิดเห็น