Build DIY NAS #2


Build DIY NAS #2
NAS Brand Name vs NAS ประกอบเอง

รีวิวโดย : tor_Za

Font Size A A A



          วัสดีชาวโอเวอร์คล๊อกโซน ในคราวที่แล้วนั้นผมก็ได้พูดถึงในเรื่องราวของ NAS หรือ Network-attached storage ที่สามารถประกอบใช้งานได้เองตามความงบประมาณ ,ตามการใช้งาน หรือ งบประมาณ ที่ผมได้พูดไปก่อนหน้านั้นจะเป็นในเรื่องราวในส่วนของ Hardware ที่เหมาะสมกับการประกอบ NAS แบบ DIY ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้ Hardware ราคาสูงหรือเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งก่อนที่ผมจะมาแนะนำและลองเล่นกับ NAS OS ที่มีผู้พัฒนาให้ใช้งานกันได้ฟรี ผมจะมาพูดถึงข้อดีของ NAS จากแบรนด์ต่างๆที่มีขาย และ NAS แบบ DIY ที่ประกอบเอง จากที่ผมใช้งานอยู่ในบ้านทั้งสองแบบ

Brand Name NAS

1. NAS จากแบรนด์ต่างๆถ้าเราพูดถึงความสะดวกสบายในการติดตั้งระบบ NAS ที่มีขายในทุกวันนี้นั้นมีความสะดวกอย่างยิ่ง ที่บางแบรนด์นี่ไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการติดตั้งระบบด้วยซ้ำ รวมไปถึงการใช้ Smartphone ในการติดตั้งระบบนั้นก็สามารถทำได้ เรียกได้ว่าเสียเงินมาติดตั้งฮาร์ดดิสก์เข้าไป เสียบสายแลน คลิกเมาส์หรือแตะหน้าจอไม่กี่ครั้งก็พร้อมใช้งานได้แล้ว

2. การแก้ปัญหาในการใช้งาน ในส่วนของ NAS จากแบรนด์ชื่อดังนอกจากจะมีคู่มือการใช้งาน ,การตอบปัญหาในส่วนช่วยเหลือจากเว็บผู้ผลิต และ ที่สำคัญบางแบรนด์ในยบ้านเรามี Call Center ให้โทรไปสอบถามปัญหาในการใช้งานได้อีกด้วย

3. เสถียรภาพของ Hardware ถ้าเราเทียบเสถียรภาพในการใช้งาน กับ NAS จากแบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำ ที่จะมีการทดสอบการใช้งานของ Hardware ที่มีการออกแบบมาเฉพาะการใช้งานสำหรับ NAS OS ของตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเรามองในแง่ความเป็นจริง ถ้าเราซื้อ NAS จากแบรนด์ต่างๆตามสเปคเค้าเขียนว่ามีฟีเจอร์อะไร การเชื่อมต่ออะไรได้บ้าง ซึ่งตามราคากันพูดง่ายๆ มันก็ย่อมต้องใช้งานได้หมด ถึงเราจะคอนฟิกไม่เป็นติดต่อส่วน Support เพิ่มเติม

4. ในแง่ของการสิ้นเปลืองพลังงานที่ NAS นั้นมีการออกแบบฮาร์ดแวร์โดยเฉพาะ ถ้าเทียบกับ Mainboard คอมพิวเตอร์แล้วการออกแบบ Hardware ของ NAS นั้นจะใส่เข้ามาตามการใช้งาน อะไรไม่จำเป็นตัดทิ้งไปซะก็ลดการใช้พลังงานได้ระดับนึงแล้ว รวมไปถึงในส่วนของ Power Supply ที่จะเลือกกันตามความเหมาะสมของแต่ละโมเดลนั้นๆ

5. ฟีเจอร์ในการใช้งาน ที่เราจะเห็นได้ว่า NAS ในยุคใหม่ นอกจากความเป็น Network-attached storage สมัยนี้มันเป็นได้แทนคอมพิวเตอร์เครื่องนึงที่รัน OS ใช้งานได้อีกด้วย หรือ การใช้งานเป็น Media Center รวมไปถึงหลายๆแบรนด์ก็มีในส่วนของแอปที่ผู้ใช้งานสามารถติดตั้งได้เพิ่มเติมความสามารถ นอกจากนั้นบางแบรนด์ที่ยังออกแบบให้รองรับกับ Third Party จะเขียนเอง ,ซื้อเพิ่ม ,หรือจ้างเขียนเสริมการใช้งานได้อีกมากมาย

6. ความยืดหยุ่นในการอัพเดท NAS OS จากผู้ผลิต ที่สามารถอัพเกรดกันได้ง่ายๆ ไม่ต่างจากการอัพเดท Firmware ของ Wireless Router

7. ความสะดวกสบายในการใช้ในยุคสมัยใหม่ ที่ผู้ผลิต NAS นั้นก็มีการออกแอปเพื่อให้สามารถใช้งาน NAS ได้สะดวกหลากหลายมากขึ้นกับบน Smartphone หรือ Tablet ที่เรียกเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจกับยุคสมัยใหม่ในการใช้งาน NAS

8. แน่นอนว่า NAS ในแบบ Brand Name นั้นเสียเงินที่เดียวจบไม่ต้องหาของให้ปวดหัว เพราะในบ้านเรานั้น Hardware หลายๆตัวนั้นหายาก มีราคาสูง อย่างเช่น Case ที่มี Rack Hot-Swap ในขนาดกระทัดรัด รวมไปถึงเมนบอร์ดแบบ CPU ออนบอร์ดที่มีพอร์ต SATA จำนวนมากๆระดับ 6-8 พอร์ต

9. ทุกวันนี้ NAS จากแบรนด์เนม ที่ทางผู้ผลิตนั้นการการใช้ง
านที่ล้ำหน้ามากขึ้น อย่างบางแบรนด์ที่มาในในแง่ของการเชื่อมต่อ Thunderbolt 2 ขายกลุ่มคนทำงานตัดต่อบน Mac ที่สามารถตัดต่องานได้กลางอากาศ ที่ความเร็วในการรับส่งข้อมูลระดับ 1XXX MB/s กันอีกด้วย รวมไปถึงการออกแบบให้รองให้มีพอร์ต M.2 ,mSATA หรือ NVME เพื่อติดตั้ง SSD ประสิทธิภาพสูงในการทำ SSD Caching ให้การใช้งานได้ดีมากขึ้น


DIY NAS

1. ทางด้านของความประหยัดกับ NAS แบบ DIY ที่สามารถนำ Hardware ตกรุ่น ,ของมือสอง หรือ ของเหลือใช้งาน มาประกอบเพื่อใช้งาน NAS ได้อย่างง่ายๆ เท่านั้นยังไม่พอ ถ้าใครมีหัวในการ DIY หน่อยๆก็เอา Notebook หน้าจอแตก แบตเสียมาใช้ทำก็ยังได้ หรือจะเน้นแบบดูโหดๆเป็นทางการก็เอา Server ตกรุ่นมาทำซะเลยก็โหดไม่ใช่ย่อย

2. ความแรงของ Hardware ถ้าเรามอง NAS สำเร็จรูปในราคาประหยัด ที่ในส่วนของ CPU นั้นประสิทธิภาพไม่สูงมาก แต่ถ้าเทียบกับพวก CPU On Baord ประสิทธิภาพของ CPU ที่เหนือกว่าแบบไม่ต้องสงสัย

3. ความสะดวกในการอัพเกรด ที่บางทีที่ NAS Brand Name มักจะรองรับการอัพเกรดเมโมรีก็ต้องใช้ Part เฉพาะ ก็มีราคาสูงไม่พอแถมไม่ได้หาซื้อกันง่ายนัก แต่ NAS DIY นั้นสามารถอัพเกรดง่ายๆตามราคา RAM ในตลาด เท่านั้นยังไม่พอ

4. ฟีเจอร์มากมายที่เกินความจำเป็น กับการใช้ NAS DIY ถ้าเรามองในแง่ของเงินที่เสียไป เราเสียแต่ในส่วนของค่า Hardware เท่านั้น กับฟีเจอร์พื้นฐานการใช้งานตามพื้นฐานที่มีมาใน NAS OS ถ้าเราซื้อ NAS Brand Name นอกจากค่า Hardware มันย่อมมีค่า NAS OS ที่ผู้ผลิตได้รวมเป็นค่าตัวของ NAS ที่เราๆซื้อมาใช้

5. เบื่อๆหรืออยากลองอะไรใหม่ๆก็เปลี่ยน NAS OS ลองเล่นดูได้ ถ้าเราซื้อ NAS Brand Name ก็ต้องใช้ OS จากผู้ผลิตที่ออกแบบให้คู่กับ Hardware เท่านั้น แต่ทางด้านของ NAS OS  สำหรับ NAS DIY ที่มีการพัฒนากันมาก ทั้งแบบฟรีและเสียเงินหรือแบบสายสีเทา ลองเปลี่ยนดูได้เรื่อยๆให้ถูกใจกับผู้ใช้งาน

6. การอัพเกรดประสิทธิภาพของ Hardware ที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ยกเครื่อง อย่างในกรณีของ NAS Brand Name ในรุ่นประสิทธิภาพสูงที่ใช้ CPU Intel Celeron ,Pentium ,i3 ,i5 หรือ i7 ตามราคาของโมเดลนั้นๆ แต่ถ้าเป็น NAS แบบ DIY สามารถอัพเกรดหน่วยประมวลได้ง่ายๆ จาก Celeron G3900 มาเป็น Core i7 7700k ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ไม่ต้องซื้อใหม่ยกเครื่อง ในส่วนระบบเครือข่ายที่เป็นหัวใจหลักสำคัญของ NAS ถ้าคิดว่า Lan On Board มันมีประสิทธิภาพไม่ดีในการใช้งานหนัก ก็อัพเป็น Intel Giabit Lan แท้ๆหรือของเทียบเท่า ก็ทำได้ตามงบประมาณที่มี

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น