Gaming Mouse ใช้ง่ายในงบประมาณ 2500 บาท


Gaming Mouse
ใช้ง่ายในงบประมาณ 2500 บาท

รีวิวโดย : OCz_Jeager

Font Size A A A

 

 

          ก็นะวันนี้มาว่ากันด้วยเรื่องเกมมิ่งเม้าส์ซักหน่อย บทความนี้เรามีเกมมิ่งเม้าส์ตัวเด็ดๆเลยของทั้ง 4 แบรนด์  Zowie Razer Ozone Steelseries มาแนะนำกันซึ่งงบประมาณที่จะต้องเสียกันในวันนี้ก็อยู่ที่ราวๆไม่เกิน 2500 บาท อาจมีทอน (ทอน10บาทอะนะ) สำหรับเกมมิ่งเม้าส์ตอนนี้ในตลาดวงการเกมบ้านเราเรียกได้ว่ามีด้วยกันหลายรุ่นในรวมไปถึงในระยะราคาที่อยู่ตั้งแต่ ร้อยต้น ร้อยปลาย พันต้นๆ ไปจนถึง หลักครึ่งหมื่นซึ่งฟีเจอร์ต่างๆนั้นก็ย่อมแตกต่างออกไปรวมไปถึงวัสดุการผลิต การดีไซน์ออกแบบรวมไปถึงอุปกรณ์ข้างในไม่ว่าจะเป็น สวิตช์เม้าส์ เซ็นเซอร์นั้นย่อมแตกต่างกันไปเช่นกัน วันนี้เลือกมาแบบเน้นๆ 4 รุ่นที่เกมเมอร์หลายท่านรู้จักกันอย่างดีเป็นแน่นอนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นรุ่นมหาชนกันเลยทีเดียว เราไปชมกันดีกว่าว่า 4 รุ่นจาก 4 แบรนด์จะมีรุ่นไหนกันบ้าง

 

 

 

 

Zowie EC2-A

 

 

 

 

มาเริ่ม.... รุ่นแรกเป็นเกมมิ่งเม้าส์ที่กระแสกำลังมาแรงมากตอนนี้อย่าง Zowie ที่เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีโปรดักส์เกี่ยวกับเกมมิ่งเกียร์อยู่หลายตัวด้วยกัน สำหรับโมเดลนี้จะเป็นโมเดลในซีรีย์ EC ซึ่งจะมีด้วยกัน 2 ตัวคือ EC1-A และ EC2-A ว่ากันด้วยเรื่องฟีเจอร์ถือว่าเป็นหนึ่งแบรนด์ที่ใช้งานได้สเถียรรวมไปถึงความนิ่งของเม้าส์นั้นออยู่ในระดับที่ดีมากเป็นสาเหตุให้บรรดาเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายนั้นมีไว้คู่กายกันหลายคนจนตอนนี้ในบางเว็บของถึงกับขาดตลาดแต่เรายังหาซื้อได้ตามร้านที่ขายเกมมิ่งเกียร์แต่อาจจะหายากซักหน่อย สเป็คภายใน EC2-A ใช้ตัวเซ็นเซอร์ของ Avago ในรุ่น 3310 ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ที่เหมาะมากสำหรับการใช้งานเล่นเกม FPS โดยที่สามารถรีดค่า DPI ปรับใช้งานได้อยู่ที่ 4 ระดับ ตั้งแต่ 400/800/1600/3200 และค่า Polling Rate อีก 3 ระดับ 125Hz/500Hz/1000Hz เป็นมาตรฐานของเกมมิ่งเม้าส์ในปัจจุบันเลย ในเรื่องการดีไซน์ออกแบบนั้นซีรีย์ EC นั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับกับการใช้งานมือขวาเป็นหลักครับ รวมไปถึงการดีไซน์แบบ Ergonomic ที่จะช่วยในเรื่องของการใช้งานต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลานาน อีกทั้งยังมีปุ่มเสริม หรือ ปุ่มมาโครเพิ่มขึ้นมาให้เราได้ใช้งานกันอีก 2 ปุ่มด้านข้างก็ช่วยอำนวยความสะดวกอะเนอะ สำหรับใครที่อยากกดปาระเบิด กดใช้งานมีดแบบทางลัดไม่ต้องเสียเวลากดบนคีบอร์ดของเรา สำหรับในเรื่องราคานั้นก็จะอยู่ที่ 2490 บาทครับผม

 

 

 

Razer DeathAdder

 

 

 

 

ตัวที่ 2 เชื่อว่าเกมมิ่งเม้าส์ตัวนี้หลายท่านอาจจะเคยได้ซื้อมาลองใช้กันบ้างแล้วหรือในปัจจุบันอาจจะกำลังใช้งานกันอยู่ เพราะถือว่าเป็นเกมมิ่งเม้าส์แบรนด์ดังอันดับต้นๆของประเทศเราเลยก็ว่าได้กับ Razer DeathAdder ที่ตอนนี้พัฒนาจากรุ่นๆเก่ามาจนถึงรุ่นล่าสุดอย่าง Razer DeathAdder Elite ที่ปรับนั่นแก้นี้นิดหน่อยเพื่อเพิ่มความทนมือในการใช้งานเพราะรุ่นเก่าๆนั้นบางคนอาจจะมีปัญหาใช้งานไปนานๆแล้วเกิดอาการเม้าส์หลอนคลิ๊กเบิ้ล หรือคลิ๊กไม่ติดกันบ้างหละ โดยในปัจจุบันทาง Razer ได้ปรับเปลี่ยนตัวสวิตช์ของเม้าส์เป็นตัวใหม่ล่าสุดที่เรียกกันว่า Razer Omron Switches ซึ่งเป็นสวิตช์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่โดยร่วมมือกับทาง Omron บริษัทที่คร่ำหวอดในการผลิตสวิตช์ของตัวเม้าส์ที่มีคุณภาพดีจากทางประเทศญี่ปุ่น และตัวเซ็นเซอร์นั้นจะเป็น Razer 5G ซึ่งจะต่างจากตัว Avago 3310 ด้านบนเพราะสามารถใช้งานค่า DPI ได้มากถึง 16000 เลื่อนปุ๊บสุดขอบจอกันเลยทีเดียว Razer DeathAdder Elite จะมาพร้อมกับปุ่มมาโครที่เพิ่มเติมมาอีกทั้งหมด 4 ปุ่มด้านข้าง 2 ปุ่มและด้านบนอีก 2 ปุ่มแน่นอนว่าสามารถปรับตั้งค่าการใช้งานได้อิสระเช่นกัน และสุดท้ายกับฟีเจอร์ไฟ Led แบบ RGB ที่สามารถปรับเลือกสีได้ 16.8 ล้านสีพร้อมกับการเลือกเอฟเฟกแสดงผลไฟได้ 4 รูปแบบด้วยกัน ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 2490 บาทเช่นเคยครับ

 

 

 

Steelseries Rival 300

 

 

 

ตัวที่ 3 นี้ก็ยังเป็นอีกหนึ่งเกมมิ่งเม้าส์จากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Steelseries ในรุ่นซีรีย์ Rival ซีรีย์ใหม่นั่นก็คือ Rival 300 ที่จะเป็นตัวที่ Top ที่สุดของซีรีย์ Rival แล้ว และเป็นตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วยครับ Rival 300 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เลือกใช้งานเซ็นเซอร์จากทาง Avago 3310 ที่แน่นอนว่าค่า DPI ที่ปรับได้สูงที่สุดจะไม่เกิน 6500 ซึ่งหลายท่านก็อาจจะคิดว่าคงเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว อาจจะใช้งานได้ไม่ถึง 6500 DPI ด้วยซ้ำ ด้านตัวสวิตช์นั้นจะเป็นสวิตช์จากทาง Steelseries โดยตรงเลยซึ่งจะเป็นสวิตช์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่และรองรับการใช้งานยาวนานถึง 30 ล้านคลิ๊ก หรือครั้งนั่นแหละ สำหรับฟีเจอร์เด่นๆของ Rival 300 นอกจากจะเป็นในเรื่องของการดีไซน์แล้วรวมไปถึงไฟ RGB อีกเช่นเคย 2 ตำแหน่งที่สามารถปรับใช้งานได้ 16.8 ล้านสี แต่ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นในเรื่องของSoftware ที่มีมารองรับมากกว่ากับ Steelseries Engine 3 ที่จะสามารถปรับการตั้งค่าของตัวเม้าส์ได้อย่างอิสระและเซฟโปรไฟล์ลงบนตัวเม้าส์เลยและยังมีอีก 3 ส่วนของSoftware ที่เป็นจุดเด่นไม่ว่าจะเป็น SteelSeries ExactAim ที่จะช่วยในเรื่องของการใช้งานการเล็งเป้าในเกม FPS ต่างๆ SteelSeries ExactSens การควบคุม Speed ความเร็วของตัวเม้าส์ระหว่างการใช้งาน และสุดท้ายกับ SteelSeries ExactAccel สำหรับการใช้งานเพิ่มลดอัตราการเร่งความเร็วของตัวเม้าส์ครับ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยละกันที่จะทำให้ใช้งานได้สะดวกสบายหรือเหมาะกับตัวเรามากขึ้น ปัจจุบันสามารถไปหาซื้อกันได้แล้วตามร้านค้า IT ชั้นนำทั่วไปสำหรับ Rival 300 ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 2090 บาท จะถูกกว่าตัวด้านบนอยู่พอสมควรเลย

 

 

 

Ozone ARGON

 

 

ก็มาถึงตัวสุดท้ายกันกับแบรนด์ OZONE ที่ส่งรุ่น ARGON เข้าประกวดในครั้งนี้ สำหรับ ARGON เป็นเกมมิ่งเม้าส์ที่เป็นตัวท๊อปที่สุดแล้วของแบรนด์ OZONE ณ ขณะนี้ซึ่งทีมีวางขายในประเทศไทยเรานั้นจะเป็นตัว Special Edition ที่เรียกว่า Ocelote World ที่ธีมของตัวเม้าส์นั้นจะเป็นสีส้มแทนสีดำครับโดยที่วัสดุ การผลิต ฟีเจอร์ต่างๆจะไม่ต่างจากตัวปกติเลย สำหรับ ARGON นั้นจะยังคงใช้เซ็นเซอร์จากทาง Avago แต่ครั้งนี้มาในรุ่น ADNS 9800 ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ที่ต่างจากตัว 3310 คือจะสามารถรองรับการปรับตั้งค่า DPI ได้สูงกว่าเดิมจาก 3200 จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวหนึ่งเลยเป็น 8200 DPI โดยจะสามารถปรับได้ 4 ระดับโดยระดับ DPI ต่ำสุดนั้นจะเป็น 800 แทน 400 ครับ และการปรับ DPI นั้นก็เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ของเกมมิ้งเม้าส์ในปัจจุบันที่จะมีด้วยกันแทบทุกรุ่น อย่างปุ่ม On The Fly นั่นแหละที่สามารถปรับได้เลยบนตัวเม้าส์ตามที่เราได้ตั้งค่าไว้ในตัวโปรแกรมของเม้าส์ โดยรูปทรงโดยรวมนั้นจะคล้ายกับตัว Zowie EC1-A จะเป็นรูปทรงเม้าส์สำหรับคนที่ฝ่ามือใหญ่ จับได้เต็มไม้เต็มมือพอดี มากันที่ตัวสวิตช์นั้นจะเลือกใช้งานสวิตช์จากทาง Omron ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสวิตช์ที่มีคุณภาพสามารถใช้งานได้ยาวนั้นอย่างน้อยก็ 30 ล้านครั้งเลย และที่ขาดไม่ได้ที่ทำให้ ARGON ไม่เหมือนกับ 3 ตัวด้านบนคือด้านล่างของเม้าส์นั้นจะมีลูกเหล็กถ่วงน้ำหนักมาให้ทั้งหมด 4 เม็ดเม็ดละ 4.5 กรัมซึ่งถ้าใครไม่ชอบการปรับใช้งานแบบปรับ DPI ก็สามารถปรับน้ำหนักเม้าส์แบบ Manual ได้โดยการถอดเปลี่ยนน้ำหนักด้านล่างของตัวเม้าส์ และท้ายที่สุดกับฟีเจอร์ไฟ LED ที่เกมมิ่งเม้าส์ในปัจจุบันน้อยนักที่จะหาตัวที่ไม่มีฟีเจอร์นี้ในราคาระดับหลัก 2000 ขึ้นไป เช่นเคย 16.8 ล้านสีไปเลือกปรับกันเถอะเชื่อว่ายังไงก็ใช้ไม่ครบกันทุกสีหรอก สุดท้ายกับปุ่มมาโครที่มาให้ด้วยกันถึง 6 ปุ่มไม่รวมปุ่มหลักๆที่มีอยู่เรียกได้ว่าน่าจะเหมาะกับการใช้งานการเล่นเกมแบบ MOBA หรือ แบบ MMORPG แน่นอน ราคาก็เปิดหัวมาแล้วอยู่ที่ 2390 บาท มีวางจำหน่ายที่ร้านค้า IT ชั้นนำเช่นเคย หรือใครจะหาซื้อหาสั่งมาใช้กันในอินเตอร์เน๊ตก็ว่ากันไป ก็วันนี้ก็หมดและ 4 รุ่น 4 แบรนด์ใครชอบรุ่นไหนก็ลองๆไปเล่นไปจับของจริงที่ร้านค้าจะดีที่สุดเพราะว่าการใช้งานจริง การได้ลองใช้งานถือว่าเป็นอะไรที่ดีกว่าการมานั่งอ่านรีวิวแล้วไปซื้อมาใช้เลย อย่างน้อยไห้เราได้ชินกับขนาด หรือรูปทรงจะดีกว่า จะได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอตัวลาไปก่อนแต่เพียงเท่านี้ พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ 

ร่วมแสดงความคิดเห็น