รีวิว MSI GS65 Stealth 8SE-203TH


รีวิว MSI GS65 Stealth 8SE-203TH

รีวิวโดย : AlphaA

Font Size A A A

ในปีนี้หลายๆแบรนด์ก็ทำการยกเครื่องไลน์อัพโน้ตบุ๊กเกมมิ่งของตัวเองกันอีกครั้งหลังจากชิปกราฟิก Nvidia RTX เข้าสู่ตลาด แน่นอนว่าโน้ตบุ๊ก MSI อย่าง GS65 Stealth 8SE ตัวนี้ก็เช่นกัน ซึ่งนอกจากกับชิปกราฟิก RTX 2060 แล้ว หลายๆ อย่างก็ยังคงเดิมเอาไว้ โดยเฉพาะส่วนประกอบต่างๆ ของซีรีส์ GS65 Stealth ไม่ว่าจะเป็นแป้นคีย์บอร์ด SteelSeries RGB Perkey เทคโนโลยีระบายความร้อน Cooler Boost Trinity+ จอแสดงผล Full HD พร้อมรีเฟรขเรต 144 Hz ฯลฯ

 

Design

โน้ตบุ๊ก GS65 Stealth 8SEมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว แบบ Thin Bezel หรือขอบจอบาง ดังนั้นขนาดของตัวเครื่องจึงใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้ว และมีความหนาเพียง 17.5 มิลลิเมตร ฝาหลังสีดำผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ตัดขอบด้วย Dark Gold เช่นเดียวกับโลโก้มังกร

 

แป้นคีย์บอร์ดของ Steelseries RGBPerkeyไม่มีแป้น numpad เช่นเดิม  ปุ่มคีย์บอร์ดทั้งหมดจึงมีขนาดใหญ่แม้กระทั่งปุ่ม Arrow  ปุ่ม Function Key อยู่ทางฝั่งขวาเป็นส่วนใหญ่เมื่อกดใช้งานจะไฟคีย์บอร์ดทั้งหมดจะดับลง มีเฉพาะปุ่ม Fn เท่านั้นที่จะแสดงไฟออกมา ซึ่งตำแหน่งของปุ่ม Home จะมีสัญลักษณ์ SteelSeries อยู่ด้วย ทำหน้าที่เปลี่ยนโหมดโปรไฟล์การแสดงผลไฟ RGB บนคีย์บอร์ด

 

นอกจากชิปกราฟิกแล้ว ในส่วนของทัชแพดเป็นอีกจุดที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมด้วยการขยายพื้นที่ วัดได้ 14x6.7 เซนติเมตร ปุ่มคลิกซ่อนอยู่ใต้แผ่นสัมผัสส่วนล่าง ผิวสัมผัสลื่นไหล การตอบสนองการสั่งงาน Multi-Touch ทำได้รวดเร็ว

 

ทางฝั่งซ้ายของตัวเครื่องมีการสอดแทรกดีไซน์ด้วยเส้น Dark Gold ในส่วนของ Hinge ช่องระบายลมร้อน โดยที่มีช่องต่อ GbLAN พอร์ต USB Super Speed จำนวน 2 ช่อง และช่องออดิโอแบบแยกไมค์โครโฟนกับหูฟัง ส่วนอีกฝั่งวางพอร์ต USB Super Speed, USB Type C (USB3.1 Gen2 / DP / Thunderbolt3), Mini Display Port, HDMI, DC-in

 

สำหรับฐานส่วนล่างของโน้ตบุ๊กถือว่าออกแบบมาได้ดีทีเดียว โดยวาง Rubber Feet เป็นแนวยาวทั้งส่วนบนและล่าง ช่วยการยึดเกาะกับพื้นโต๊ะ มีการแบ่งช่อง Air Flow เพื่อให้อากาศไหลเข้าไปในตัวเครื่องผ่านช่องลมเล็กๆ จำนวนมากได้สะดวก ขณะเดียวกันก็ยังมี Feet ที่ผลิตจากพลาสติกแข็ง 3 จุดในแนวกลางเครื่อง ซึ่งตรงนี้จะช่วยลดการยุบหรือบิดตัวขณะใช้งานแป้นคีย์บอร์ดอย่างหนักหน่วงได้เป็นอย่างดี ส่วนมุมด้านล่างมีช่องเล็กๆ ส่วนนั้นเป็นพื้นที่สำหรับลำโพงทั้งสองฝั่ง

 

อย่างที่กล่าวไปในช่วงต้น โน้ตบุ๊ก GS65 Stealth 8SE ใช้ระบบระบายความร้อน Cooler Boost Trinity+ ซึ่งมีพัดลมอยู่ด้วยกัน 3 ตัว และดึงลมจากช่องเล็กๆ ด้านบนและล่าง จากนั้นลมจะถูกขับออกไปทางด้านข้างทั้งสองฝั่งและด้านหลังเครื่องอีก 2 ฝั่ง แน่นอนว่าการระบายความร้อนนี้ครอบคลุมทั้งซีพียู จีพียู และภาคจ่ายไฟ ในกรณีที่โหลดเต็มที่เสียงรบกวนจากกพัดลมถือว่าดังในระดับหนึ่ง ซึ่งในกรณีที่ใช้เล่นเกมร่วมกับหูฟังก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร

 

 

สำหรับแหล่งจ่ายพลังงานหรืออะแดปเตอร์ของโน้ตบุ๊กตัวนี้มีขนาดที่เล็กลงกว่าโน้ตบุ๊กเกมมิ่งในอดีต ทว่ามันก็ยังมีน้ำหนักรวมถึง ุ630 กรัม โดยที่สายไฟ AC และ DC มีความยาวรวมกันถึง 3.6 เมตร กำลังจ่ายไฟอยู่ที่ 19V, 9.23A คิดเป็นวัตต์ได้ 180 วัตต์ โดยเป็นของแบรนด์ Chicony

 

SPECIFICATION

CPU                      Intel Core i7 8750H 2.20GHz, 6 Cores – 8 Threads
OS                        Windows 10 Home 64bit
CHIPSET               Intel HM370
STORAGE              Samsung MZVLB512HAJQ, 512GB, NVMe PCIe Gen3 x4
                             +1x M.2 SSD Combo slot (NVMe PCIe Gen3 / SATA)
CONNECTION        Killer Gb LAN, Killer ac Wi-Fi + Bluetooth v5
AC ADAPTER         180W Slim adapter
DISPLAY               15.6" FHD (1920x1080), 144Hz, IPS-Level
GRAPHICS           NVIDIA GeForce RTX 2060 with 6GB GDDR6
MEMORY             DDR4-2666, 16GB. Dual Channel
KEYBOARD          Per-Key RGB Backlight Keyboard
AUDIO                  2x 2W Speaker
BATTERY              4-Cell Li-Polymer Battery (Type), 82 Battery (Whr)
DIMENSION       357.7 x 247.7 x 17.9 mm

 

DISPLAY

จอแสดงผล Full HD พาแนล IPS ที่มาพร้อมกับรีเฟรชเรต 144Hz แบบ Ant-Glar สามารถแสดงขอบเขตสี sRGB 100% การมองจากด้านข้างถือว่าทำได้ดี แต่ยังคงมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีสันภาพและคอนทราสต์อยู่เล็กน้อย ถึงอย่างนั้นในเรื่องความคมชัดก็ไม่ได้มีข้อบกพร่องอะไร

ส่วนเรื่องสีสันของภาพในมุมมองปกติถือว่าให้สีสันที่สดใส ความผิดเพี้ยนต่ำ ส่วนความแม่นยำของสีเท่าที่ลองเทียบกับจอภาพ sRGB 92% แล้วก็ถือว่าใกล้เคียงกันพอสมควรเลย

 

Benchmark

สำหรับความเร็วของสตอเรจ Samsung MZVLB512HAJQ, 512GB อยู่ในเกณฑ์ที่ดีสำหรับไดรฟ์แบบ NVMe ทั้งการอ่านและเขียน ตรงจุดนี้ถือว่าดีมากพอสำหรับการโหลดเข้าเล่นเกม รันแอพพลิเคชันต่างๆ หรือแม้แต่การใช้ในงาน Post Production

 

สำหรับผลคะแนนผ่านเบนช์มาร์กเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปกราฟิก RTX 2070 ก็ให้ผลไปตามคาด จากการคำนวณพบว่า มีคะแนนตามหลังอยู่ประมาณ 17 - 20% โดยเฉพาะเมื่อเป็นเบนช์มาร์กระดับ Extreme ยิ่งมีระยะห่างที่ชัดเจน

 

ส่วนค่าเฟรมเรตในการทดสอบเกม เปอร์เซ็นต์ความแตกต่างจะร่นระยะเข้ามาอีกนิด หรือราวๆ 14-17% ในภาพรวมการสร้างเฟรมเรตต้องถือว่า โน้ตบุ๊ก GS65 Stealth ทำได้ดีในฐานะโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง เนื่องจากค่าเฟรมเรตที่ปั่นออกมาก็ทำได้เกิน 60 ภาพต่อวินาทีทั้งสิ้น ซึ่งเกมที่เราทดสอบนั้นล้วนปรับใช้ค่า Preset สูงสุดบนความละเอียด Full HD แล้ว

Temperature

ต้องชมเชยระบบระบายความร้อน Cooler Boost Trinity+ ทำหน้าที่ได้ดีเลย ในสภาวะเกือบโหลดสูงสุด (CPU 100%, GPU 82%) ความร้อนที่กระจายตัวขึ้นมาบนแผงคืย์บอร์ดนั้นอยู่ในระดับกลางๆ ตั้งแต่ 43 - 46.8 องศาเซลเซียส โดยที่ภายในห้องมีอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ขณะที่แป้นวางมือหรือทัชแพดนั้นก็มีความร้อนเพิ่มขึ้นจากสภาพ Idle เล็กน้อยไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส ส่วนในกรณีของการใช้งานทั่วๆ ไป ไม่ใช่เ่ล่นเกม ความร้อนสูงสุดจะไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ดี ในสภาวะโหลดสูงสุดนั้นซีพียูก็มีความร้อนสูงถึง 93 องศาเซลเซียส ส่วนชิปกราฟิกอยู่ที่ราวๆ 82 องศาเซลเซียสไม่เกินนี้ 

 

Power Consumption

เราทำการวัดค่าการใช้พลังงานของโน้ตบุ๊กผ่านปลั๊กไฟ ซึ่งโน้ตบุ๊กมีค่าแบตเตอรี่อยู่ที่ 95% (ไม่มีการชาร์จ) โหมดจัดการพลังงาน Better Performance ในช่วงของสภาวะ Idle พร้อมค่าความสว่าง 50% เปิดไฟ RGB บนคีย์บอร์ด มีค่าการใช้พลังงาน 23.1 วัตต์ เมื่อทำการเล่นวิดีโอบนยูทูปผ่านเครือข่ายไร้สาย 5GHz จะมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 28 วัตต์ ในกรณีของการเล่นเกม Battlefield V ผ่านโหมดออนไลน์ 64 Players ค่าการใช้พลังงานนั้นสูงถึง 167 วัตต์ ตรงนี้เป็นค่าที่สวิ่งบ้างในช่วง 165 - 172 วัตต์ ดังนั้นหากเป็นการทำงานทั่วๆ ไป ไม่ใช่การเล่นเกมแบตเตอรี่ 4 เซลล์ กำลัง 82Wh ก็น่าจะใช้งานต่อเนื่องได้นานกว่า 3 ชั่วโมง 

 

Conclusion

ในเชิงกายภาพแล้วโน้ตบุ๊กตัวนี้ไม่ได้ต่างกับโน้ตบุ๊ก GS65-Stealth-8RE มากนัก ซึ่งทาง MSI ยังคงสิ่งดีๆ เอาไว้มากมาย ทั้งบอดี้ส่วนใหญ่ที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม ดีไซน์บาง รูปทรงไม่เทอะทะ คีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบ RGB PerKey ซึ่งตรงนี้ตอบสนองการเล่นเกมได้ฉับไว ระยะการกดตื้น ขณะที่จอแสดงผล 15.6 นิ้วพร้อมกับรีเฟรชเรต 144Hz นั้นสบายตาอย่างมากเมื่อเข้าไปอยู่ในเกม ทั้งเรื่องของความลื่นไหลของภาพหรือแแม้แต่สีสัน แน่นอนว่า สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือ ประสิทธิภาพในการเล่นเกมยุคใหม่ด้วยชิป RTX 2060 ตรงนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในขั้นยอดเยี่ยมที่สุด แต่มันตอบโจทย์เกมโหดๆ ได้อย่างลื่นไหล สามารถเปิดคุณภาพภาพได้สูงสุดและให้เฟรมเรตได้เกินกว่า 60 ภาพต่อวินาที 

การแผ่ความร้อนอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าเป็นห่วงอะไร การเล่นต่อเนื่องนานๆ ก็ไม่ได้ส่งความร้อนมาที่บริเวณแป้นวางมือจนรู้สึกได้ แม้ว่่าจะสัมผัสได้บ้างผ่านปลายนิ้วเมื่อคุณเล่นเกมอย่างหนักหน่วงนานๆ อย่างไรก็ดี ในแง่ของราคาตอนนี้อยู่ในระดับเกินกว่า 70,000 บาท ในอนาคตคาดว่าน่าจะปรับลงอีกตามกลไกตลาด ในราคานี้คุณจะไ้ด้โน้ตบุ๊กที่เล่นเกมได้อย่างน่าเชื่อถือ ทั้งในเรื่องของการควบคุมผ่านคีย์บอร์ด การแสดงผลภาพของเกมที่ลื่นไหล ลดอาการเวียนหัวด้วยรีเฟรชเรต 144Hz ขนาดและน้ำหนักตัวเครื่องที่พกออกไปใช้งานนอกบ้านบางครั้งคราวได้อย่างไม่อึดอัดเทอะทะ แน่นอนว่า พอร์ตเชื่อมต่อโดยรวมก็ถือว่า น่าพอใจ ตอบโจทย์สายงานตัดต่อรวมถึงงานออกแบบกราฟิก 

 

Thanks: Micro-Star INT'L CO.,LTD (MSI Thailand) (th.msi.com)

Price: 72,900 บาท (JIB)

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น