รีวิว Razer Mamba Wireless (2018)


รีวิว Razer Mamba Wireless (2018)

รีวิวโดย : AlphaA

Font Size A A A

ในช่วงที่ผ่านมาหลายๆ คนคงได้สัมผัสหรือเป็นเจ้าของเมาส์ Razer Mamba กันไปบ้างแล้ว และในตอนนี้ Razer ก็ได้เพิ่มไลน์เกมมิ่งเมาส์ไร้สายเข้ามาอีกหนึ่งรุ่น และยังคงดีไซน์รูปทรงของเมาส์ Mamba เอาไว้ โดยทำการเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ในงาน IFA2018 น่าจะเป็นที่ถูกใจสำหรับนักเล่นเกมหลายๆ คน และจากนี้ไปเราจะพาคุณไปรู้จักกับเมาส์ Razer Mamba Wireless ว่ามันมีความโดดเด่นอย่างไรและน่าใช้งานมากแค่ไหน

 

Package 

กล่องของเมาส์ยังคงดีไซน์ตามสไตล์ของ Razer เรียบง่าย แต่ดูดุดัน ภาพของเมาส์ Mamba Wireless ตั้งหน้าตรงมองเห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มุมบนขวาเขียนคำว่า "5G" ซึ่งไม่ได้หมายถึง การใช้สัญญาณวิทยุความถี่ 5GHz แต่เป็นเจนเนอร์เรชั่นของออพติคอลเซนเซอร์ ถัดลงมาโลโก้ Razer Chroma แน่นอนว่า สามารถปรับแต่งสีสันของไฟได้หลากหลายเช่นเดิม

พลิกมาด้านหลังระบุชัดเจนว่า การใช้งานแบบไร้สายนั้นใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมงหลังจากชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว ใช้ออพติคอลเซนเซอร์ที่ส่งมอบความเร็วได้จริง 16000dpi และตั้งค่ามาโครได้ 7 ปุ่ม รองรับการคลิกใช้งานได้มากถึง 50 ล้านครั้ง

ในชุดอุปกรณ์ของเมาส์จะมีสายเคเบิ้ล  Micro USB แบบถัก 1 เส้น ตัวเมาส์ Mamba Wireless และอแดปเตอร์แปลง USB Type A To Micro USB แบบปลั๊กตัวเมียทั้งคู่

Specification 

ข้อมูลทางเทคนิคก็ไม่มีอะไรซับซ้อนสำหรับคนที่รู้จักกับมัน มีอัตราการเร่งสูงสุด 450 นิ้วต่อวินาที สนับสนุนค่า Polling Rate หรือค่าการรายงานข้อมูล 1000Hz รูปทรง Ergonomic สำหรับมือขวา ใช้ Scroll Wheel ระดับเกมมิ่ง น้ำหนัก 106 กรัม สายเคเบิ้ลยาว 2.1 เมตร

Design

สังเกตกันคร่าวๆ จะเห็นว่า เมาส์ Mamba Wireless นั้นมีรูปทรงเดียวกับเมาส์ Mamba Elite ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ แต่ในเชิงรายละเอียดแล้ว มันมีการปรับเปลี่ยนไปไม่น้อยเลย มาไล่ดูกันทีละจุดก็แล้วกัน 

 

เริ่มจาก Rubber Grip ด้านข้างที่จากเดิมใช้เท็กเจอร์แบบละเอียด มาเป็นลวดลายเป็นเส้นที่หยาบขึ้น และด้านข้างก็ตัดเอาเส้นไฟ RGB ออกไปหมดทั้งสองฝั่ง 

 

ส่วนด้านหน้าตรงสันส่วนล่างของเมาส์จะไม่มีเท็กเจอร์อีกต่อไป จะเป็นพื้นผิวเรียบแบบเดียวกับตัวเมาส์เลย ส่วนองศาของปุ่มคลิกซ้ายขวายังคงเหมือนเดิม และไม่มีปุ่มลูกศรซ้ายขวาสกรีนบริเวณปุ่ม Scroll Wheel 

 

สำหรับ Scroll Wheel ยังคงเป็นแบบ Tactile หรือหมุนแบบคลิกๆ เป็นจังหวะ แต่ความหนืดน้อยกว่า Mamba Elite เล็กน้อย มีวงแหวนไฟ RGB ลอดออกมาทั้งสองฝั่ง ยางหุ้มมีพื้นผิวเหมือนกับรุ่น Mamba Elite

 

บริเวณด้านหน้าจะมีพอร์ต Micro USB สำหรับชาร์จไฟให้กับเมาส์ เมื่อเสียบเข้ากับเครื่องพีซีมันก็สามารถใช้งานได้ไม่ต่างจากเมาส์มีสาย แม้ว่าจะถอดตัวรับส่งสัญญาณออกไป ตรงจุดนี้ Razer ออกมาแบบช่องเสียบมาเฉพาะให้เข้ากับสายเคเบิ้ลที่ให้ ไม่สามารถใช้สาย Micro USB ทั่วๆ ไปได้ 

 

สำหรับขนาดของเมาส์เมื่อเทียบกับมือแล้วถือว่ามีขนาดใหญ่ปานกลาง เข้าพอดีกับอุ้งมือ แต่จากการจับจะรู้สึกว่ามีพื้นที่ว่างบริเวณช่วงระหว่างนิ้วนางและนิ้วก้อย ตรงนี้ใช้วิธีการจับแบบ Plam 

 

 

ฐานล่างของเมาส์จะมีจุดสังเกตตรงสวิทช์ ซึ่งสวิทช์ตำแหน่งบนจะไว้ใช้ในการสลับสับเปลี่ยนโปรไฟล์ที่กดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  เมื่อกดลงไปไฟ LED ดวงเล็กๆ จะติดขึ้นมา จากนั้นกดปุ่มอีกครั้งจึงจะสลับใช้งานโปรไฟล์ที่บันทึกเอาไว้ในบอร์ดของเมาส์ ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเปิดปิดเมาส์ และตำแหน่งเก็บ USB Receiver

 

ตัว USB Reciever ถือว่าเล็กเอามากๆ เลย เมื่อเทียบกับตัวรับส่งสัญญาณของเมาส์โลจิเทค สังเกตดีๆ ตัวนี้ใช้การส่งสัญญาณวิทยุความถี่ 2.4GHz 

 

สำหรับอะแดปเตอร์จะเป็นกล่องพลาสติกเล็กๆ มีฐานยางรองมาให้ด้วย จะเห็นว่ามีการบากร่องเอาไว้พอดีกับสายที่ให้มา ส่วนอีกด้านจะเป็นปลั๊ก USB Type A แบบตัวเมีย ซึ่งเอาไว้สำหรับเสียบ USB Reciever อีกทีนึง 

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน จะออกมาประมาณนี้ เหตุผลที่พวกเขาออกแบบมาแบบนี้ก็เพื่อว่า หากแบตเตอรี่ของเมาส์หมดก็เพียงดึงสายเคเบิ้ล Micro USB ออกมาแล้วเสียบเข้ากับเมาส์เลย โดยที่ไม่ต้องย้ายสายไปมา แต่ใครจะใช้ Receiver เสียบกับโน้ตบุ๊กเลยก็ไม่มีปัญหา

 

สังเกตในวงกลม ปลั๊ก Micro USB จะเสียบเข้าพอดีกับเมาส์เลย และฐานล่างทั้งหมดจะเรียบไปกับพื้นฐาน ไม่มีการยกตัวหรือขอบอะไรเล็ดลอดออกมา เสียบแล้วใช้งานต่อไปได้ทันทีไม่เสียอารมณ์ และไม่ต้องกลัวว่า จะทำให้พินของ Micro USB มีปัญหา เพราะว่า ตัวปลั๊กมีการบกร่องให้เข้าเสียบเข้าได้วิธีเดียว 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รีวิวที่คุณอาจสนใจ