ความรู้สึกหลังจากได้จับ Huawei Mate 20 Series ครั้งแรก


ความรู้สึกหลังจากได้จับ Huawei Mate 20 Series ครั้งแรก

รีวิวโดย : OATCiiZ

Tech - Coffee - Beauty - Independent

Font Size A A A

สวัสดีชาว OverclockZone ครับ เปิดตัวกันไปไม่นานสำหรับมือถือเรือธงครึ่งปีหลังจาก Huawei กับ Mate 20 Series ที่ยังหนักแน่นเรื่องการถ่ายภาพ มาพร้อมเลนส์ไลก้า ทำงานคู่กับเลนส์อีก 2 ตัว สำหรับความพิเศษในซีรี่ย์นี้คือการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคด้วยกันถึง 3 โมเดล นั่นก็คือ ตัวท็อปสุดอย่าง Mate 20 Pro รองลงมาคือ Mate 20 X และ Mate 20 

 

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ได้มาไทยอย่างเป็นทางการและ OverclockZone ได้มีโอกาสสัมผัสเครื่องจริงทั้ง 3 โมเดล เริ่มกันที่ Mate 20 Pro ตัวท็อปสุดกันก่อน

สำหรับ Mate 20 Pro เปิดราคาที่ 31,990 บาท หน้าจอเป็นแบบโค้ง มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว คือ เลนส์ไลก้า Wide 40 MP / เลนส์ Tele  RGB 8 MP / เลนส์ Ultrawide 20 MP  ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 24 ล้านพิกเซล

 

ชิพประมวลผล KIRIN 980 เป็นเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรตัวแรกบนสมาร์ทโฟนที่ประกาศมาก่อนหน้านี้ แต่มีกำหนดการวางจำหน่ายหลัง Apple

ตัวนี้ยังใช้จอติ่งอยู่ ความละเอียด 2 K ขนาด 6.39 นิ้ว ให้ RAM 6, ROM 128 แบตเตอรี่ 4200 mAh

 

 

ตัวถัดมาคือ Mate 20 X ซึ่งส่วตัวมองว่าตัวนี้เป็นไลน์ใหม่ที่ Huawei ลงมาเล่น

ตัวนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 7.2 นิ้ว

ความละเอียดกล้องหลังเหมือนกับตัว Mate 20 Pro ทั้ง 3 เลนส์ ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 24 ล้านพิกเซล

สิ่งที่ท้าชนเลยคือฟีเจอร์การโน้ตที่ออกมาชนคู่แข่ง ถึงแม้ปากกาจะไม่สามารถเก็บลงในเครื่องได้ แต่ปากกา M-Pen ที่จะมาเป็นอุปกรณ์เสริมก็สามารถรองรับแรงกดได้ถึง 4096 ระดับ ส่วนราคานั้นก็ลดลงมาจากรุ่นพี่นิดหน่อยที่ 28,990 บาท และสำหรับประเทศไทยเท่านั้น ผู้ที่ซื้อ Mate 20 X จะได้ปากกาไปใช้ฟรีๆ ซึ่งในต่างประเทศต้องซื้อเพิ่มเองในราคา 1,090 บาท

 

มาถึงรุ่นน้องเล็กสุดอย่าง Mate 20 กันบ้าง

ตัวนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+

มาพร้อมเลนส์  3 เลนส์ แต่ความละเอีอยดน้อยกว่ารุ่นพี่ Mate 20 Pro อยู๋เล็กน้อย ประกอบด้วยเลนส์ไลก้า Wide 12 MP / เลนส์ Tele RGB 8 MP / เลนส์ Ultrawide 16 MP ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดมาเท่ากันที่ 24 เมกาพิกเซล  

 

สรุป

ประสบการณ์โดยส่วนตัวมองว่า Huawei มีความกล้าที่จะเพิ่มสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ออกมาอีกทางเลือกหนึ่ง โดยครั้งนี้เป็นการประเดิมตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอ 7.2 นิ้ว ออกมา พร้อมท้าชนแบรนด์คู่แข่งเพราะมีปากกาในการโน้ตสิ่งต่างๆลงไปบนสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ทั้ง 3 ตัวยังมาพร้อมกับ 3 เลนส์ ที่ยังคงจุดยืนเรื่องเลนส์ไลก้า ถ่ายภาพสวย นอกจากนี้ยังมาพร้อมชิพประมวลผล KIRIN 980 ตัวใหม่ล่าสุด ที่เป็นเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรตัวแรกของโลก(Huawei ประกาศว่าจะทำก่อน Apple แต่ขายช้ากว่า) ซ฿ึ่งจะช่วยให้สมาร์ทโฟนทำงานได้ดีขึ้นในขณะที่ชิพมีขนาดเล็กลงและประหยัดพลังงาน แต่ก็มีหนึ่งสิ่งที่ไม่ชอบคือดีไซน์ฝาหลังที่มีความมันเงา เปื้อนรอยนิ้วมือได้ง่าย โดยเทรนด์ตอนนี้เกือบทุกแบรนด์สมาร์ทโฟนใช้วัสดุฝาหลังเป็นกระจก และยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เทรนด์นี้จะหมดไป

เอาเป็นว่าสาวก Huawei ไม่ผิดหวังกับ Mate 20 Series แน่นอน ใครใช้ P20 และ P20 Pro ถ้าถามว่าควรเปลี่ยนไหม ส่วนตัวคิดว่าไม่ เพราะ 2 รุ่นดังกล่าวยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่ แต่ถ้าใครใช้แบรนด์อื่นๆและชื่นชอบการถ่ายภาพ Mate 20 Series เป็นตัวเลือกที่มีความน่าสนใจมากในตอนนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น