รีวิว MSI MEG Z390 ACE


รีวิว MSI MEG Z390 ACE

รีวิวโดย : tor_Za

Font Size A A A



               วัสดีชาวโอเวอร์คล๊อกโซน ในกระแสการแข่งขันของตลาด CPU ที่ในกลุ่มของตลาด Mainstream ในส่วนของ Intel เมื่อสองวันที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดตัว 9th Gen Core ออกมาสู่ตลาด ถ้ามองกันแบบเป็นกลาง 9th Gen Core  มันก็คือการนำ 8th Gen Core  มาปรับปรุงใหม่เท่านั้น ยังไม่ใช่ของใหม่แบบเต็มตัว ซึ่งการมาของ 9th Gen Core จะมีการเปิดตัวชิพเซ็ต Z390 มาเพื่อเป็นชิพเซ็ตคู่ใจของ 9th Gen Core ครับ โดยเมนบอร์ดชิพเซ็ต Intel Z390 ก็ยังสามารถใช้งานร่วมกับ CPU 8th Gen Core ครับ โดยวันนี้ผมก็จะพามาพบกับเมนบอร์ดชิพเซ็ต Intel Z390 จากแบรนด์ MSI ที่เป็นเกมมิ่งเมนบอร์ด ที่เน้นฟีเจอร์การใช้งานแบบครบเครื่อง พร้อมกับการใช้งานด้านต่างๆตามยุคสมัยของเทคโนโลยี ด้วย MSI MEG Z390 ACE กับเมนบอร์ดที่ออกมาในยุค 2018 ด้วยชิพเซ็ต Z390 ที่ออกมาเตรียมพร้อมรองรับกับยุค 9th Gen Core ที่ MSI MEG Z390 ACE ที่จะมีการปรับปรุงหน้าตา ,ฟีเจอร์ และ ความโหด ตามยุคสมัย เดี๋ยว MSI MEG Z390 ACE จะมีความน่าสนใจอะไรบ้างนั้น ก็ต้องตามมาชมกัน



MSI MEG Z390 ACE  ถ้าเทียบกับยุคสมัยของ Z370 ที่จะมีการปรับปรุงพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆให้มีการใช้งานที่ดีมากขึ้น


Package & Bundled



แพคเกจที่ดูเรียบๆเป็นธีมหลักด้วยสีดำตัดสีทอง ของในชุดที่ มีแผ่นโปรแกรมการติดตั้ง ,คู่มือการใช้งาน ,น็อตยึด M.2 ,สายต่อไฟ RGB ,สาย SATA III สองเส้น ,HB SLI Bridge และ เสาอากาศ Wi-Fi


Design & Detail

ธีมของเมนบอร์ดที่มาด้วยสีดำตัดกับสีเทาตามสไตล์ความนิยมของเมนบอร์ดในยุคสมัยนี้ โดยภาพรวมที่ออกแบบมาดุดันได้ดี สมกับความเป็นเกมมิ่งเมนบอร์ดในระดับไฮเอนด์ ทางด้านการจัดวางอุปกรณ์ถือว่าทำได้ลงตัวมาก ลงอุปกรณ์มาอย่างอัดแน่นมาก ด้วยจุดเด่นตามสไตล์ของเมนบอร์ด MSI ที่มีมาอย่างยาวนาน ก็จะมีการใส่ EZ Debug ข้างๆจุดเชื่อมต่อ PSU 24 Pin ในส่วนนี้ผมชอบมาก มันใช้งานง่ายดี


จาก PCB สีดำผิวด้าน เป็นขนาด ATX การเก็บงานและรายละเอียดต่างๆทำออกมาได้ดีมาก


ซีพียูที่รองรับนั้น หลักๆถ้าพูดสั้นๆง่ายๆ Socket LGA1151 V2 ทั้ง 9th Gen Core และ 8th Gen Core เท่านั้น 


 ภาคจ่ายไฟที่มาจัดเต็มทั้งหมด 13 เฟส ด้วยการใช้อุปกรณ์คุณภาพที่ดี ตามมาตรฐานเมนบอร์ด MSI พร้อมฮีทซิงค์ระบายความร้อนภาคจ่ายไฟเป็นอลูมิเนียมสีเทาดำ ที่แยกเป็นสองท่อน โดยใช้การเชื่อมต่อด้วยท่อฮีทไปท์


I/O Cover ที่เป็นพลาสติกสีดำและเทาดำ มีการทำลวดลายเพื่อบ่งบอกความเป็นเมนบอร์ดโมเดล ACE


สล็อตติดตั้งแรมนั้นจะเป็นแบบมาตรฐานที่ยังมาพร้อมกับ Steel Armor โดยเมโมรีที่รองรับนั้นเป็นชนิด DDR4 ตามมาตรฐานของ LGA1151 V2 โดยรองรับการติดตั้งเมโมรีแบบ Dual Channels สูงสุดที่ 64GB ความเร็วที่รองรับสูงสุดกับรูปแบบการโอเวอร์คล๊อกระดับ 4500+Mhz


M.2 ช่องบน ที่รองรับการติดตั้งสี่ขนาดคือ 2242 ,2260 ,2280 และ 22110 ที่รองรับแต่ PCI-e สูงสุด 3.0 x4 และ SATA III 6Gb/s


M.2 ช่องกลาง ที่รองรับการติดตั้งสามขนาดคือ 2242 ,2260 และ 2280 ที่รองรับ PCI-e สูงสุด สูงสุด 3.0 x4 และ SATA III 6Gb/s


M.2 ช่องล่าง ที่รองรับการติดตั้งสามขนาดคือ 2242 ,2260 และ 2280 ที่รองรับ PCI-e สูงสุด 3.0 x4 แล้วยังมาพร้อมกับ M.2 Shield Frozr ที่ช่วยระบายความร้อน SSD อีกด้วย



ฮีทซิงค์อลูมิเนียมสีดำที่ใช้ลวดลายเพื่อบ่งบอกความเป็น MSI Gaming รับหน้าที่ระบายความร้อนชิพ Z390 รูปทางดูสวยงามอลังการ


พอร์ต SATA III 6GB/s จะมีมาทั้งหมดสี่พอร์ตบนเมนบอร์ด เป็นการควบคุมโดยชิพ z390 รองรับการเชื่อมต่อ RAID 0 ,1 ,5 และ 10


สล๊อต PCI-Express x16 3.0 สามสล็อต โดยจะเป็นแบบ PCI-E Steel Armor พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกราฟฟิกการ์ด NVIDIA SLI 2 Way และ  AMD CrossFire 3 Way นอกนั้นจะมี PCI Express x1 อีก 3 สล็อต


จุดสำหรับการเชื่อมต่อ Bracket Port USB 2.0 และ USB 3.0 จะอยู่ในส่วนนี้


จุดสำหรับการเชื่อมต่อ ไฟ RGB จะอยู่ในส่วนนี้ นอกจากจุดนี้ก็จะมีอยู่ข้างฮีทซิงค์ระบายความร้อนภาคจ่ายไฟ


จุดสำหรับการเชื่อมต่อ Bracket Port USB 3.0 และ USB 3.1 เคสสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ก็รองรับกันเยอะมาก


ปุ่มพาวเวอร์ ,รีเซ็ต และ ปุ่มพร้อมกับลูกบิด Game Boost สามารถโอเวอร์คล็อกกันได้ง่ายๆ


Ez Debug ,LED Debug Code ,จุดวัดไฟ ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น


จุดจะเป็นไฟ LED แสดงผลของฟีเจอร์ Mystic Light Infinity ที่จะมีความสวยงามอลังการมากขึ้น มองเห็นเหมือนไฟมีแบบไม่สิ้นสุด


ลักษณะการแสดงผลของ Mystic Light Infinity ที่ดูแปลกใหม่กันมากขึ้น


Mystic Light Infinity จะรองรับการปรับแต่งผ่าน Software ได้ 29 รูปแบบ เพียงคลิกเดียว


ไฟ LED แสดงผล ที่เรียกได้ว่าจัดเต็ม สะดวกในการใช้งานมากขึ้น



ในส่วนระบบเสียงออนบอร์ด ที่จะเป็นเทคโนโลยี Audio Boost UP


Audio Boost UP จะใช้ชิพ Realtek ALC1220 พร้อมกับ DAC ESS ที่มาพร้อมกับภาคขยายหูฟัง ทางด้านคาปาซิเตอร์จะใช้ Nippon Chemi Con เกรดเครื่องเสียง และ ส่วนประกอบยิบๆย่อยๆอีกมากมาย ที่ใช้กันในระดับเครื่องเสียง


Back Panal I/O Ports

1 X Clear CMOS Button
1 X Bios Flashback Button
2 X SMA Wi-Fi + Bluetooth

1 x LAN (RJ45) port(s)
4 x Type-A USB 2.0
4 x Type-A USB 3.1 Gen1 - USB 3.1
1 x Type-A USB 3.1 Gen2 - USB 3.1
1 x Type-C USB 3.1 Gen2 - USB 3.1
1 x SPDIF Out
1 x 7.1-channel Audio


< < < Specifications > > >

ร่วมแสดงความคิดเห็น