จ้องคอมปวดตา? ต้องอ่านก่อนสายเกินแก้


จ้องคอมปวดตา? ต้องอ่านก่อนสายเกินแก้

รีวิวโดย : CodERed

Font Size A A A

การนั่งทำงานหรือเล่นเกมอยู่กับจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน สิ่งที่ดวงตาของคุณต้องเผชิญก็คือความสว่างจ้าของเม็ดพิกเซลนับล้านรวมไปถึงแสงสว่างจากสภาพแวดล้อมที่สว่างวูบวาบและเปลี่ยนไปมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อเกิดต่อเนื่องนานๆ เข้าจะทำให้กล้ามเนื้อตาเกิดความล้าซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดหัวและปวดตาและเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ ตามมาที่หลายคนคิดไม่ถึง

เพียงปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ แค่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมบนโต๊ะทำงานเล็กๆ น้อย ซึ่งเรากำลังจะบอกต่อไปนี้ รับรองว่าสุขภาพของคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอน


กฏ 20-20-20

หมั่นปฏิบัติตามกฎ “20-20-20” ที่จำง่ายๆ คือ หันออกจากหน้าจอทุกๆ 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาทีในแต่ละครั้ง โดยจุดที่มองไปควรห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) ถ้ากลัวลืม มีแอพฯ ที่สามารถแจ้งเตือนให้พักสายตาทุกๆ 20 นาทีได้ชื่อว่า Protect Your Vision ที่สามารถทำงานร่วมกับบราวเซอร์ Chrome, Firefox และ Safari ได้

ตำแหน่งจอภาพ

ต้นตอของปัญหาปวดตาอย่างจอภาพ ควรวางตำแหน่งให้ห่างจากสายตาประมาณ 20-30 นิ้ว นอกจากนี้ควรปรับความสูงของจอภาพให้ขอบด้านบนอยู่ระดับเดียวกับสายตา ถ้าจอปรับความสูงไม่ได้ให้หาหนังสือมาซ้อนไว้ด้านล่าง การปรับความสูงของเก้าอี้ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน หากวางตำแหน่งได้ถูกต้องเหมาะสม จุดกึ่งกลางของจอภาพจะอยู่ใต้ระดับสายตาในแนวนอนประมาณ 15 - 20 องศา และเวลาใช้งานจริงสายตาของเราจะต้องมองลงเล็กน้อย เพื่อลดความเมื่อยล้าจากการเกร็งกล้ามเนื้อตา

ขนาด และสีตัวอักษร

กฎง่ายๆ ให้จำไว้ว่า ขนาดของตังอักษร (Text size) ที่เหมาะสมในการใช้งาน ควรจะมีขนาดเป็นสามเท่าของตัวอักษรขนาดเล็กที่สุดที่คุณอ่านออกจากระยะการมองปกติ (อย่างที่บอกไปข้างต้น ตำแหน่งปกติควรอยู่ที่ 20-30 นิ้วจากจอภาพ) ส่วนการใช้สีนั้น โดยปกติสายตาของคนเราจะชอบตัวอักษรข้อความสีดำบนพื้นหลังสีขาวหรือสีออกนวลๆ เล็กน้อย หรือบางคนอาจจะชอบพื้นหลังสีเข้มตัวอักษรสีขาว แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงคือตัวอักษรที่มีสีใกล้เคียงกับสีพื้นหลัง เพราะจะทำให้สายตาเมื่อยล้าจากภาพที่มีคอนทราสต์ต่ำ

ความสว่าง และแสงสะท้อน

ต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องสี เรื่องแสงก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจำเป็นมากที่ควรจะปรับให้แสงสว่างของหน้าจอสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม วิธีการก็ง่ายๆ คือการดูที่พื้นหลังสีขาวของหน้าที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ ถ้ามันสว่างจนดูเหมือนแหล่งกำเนิดแสงหลักของห้อง แปลว่าจอของคุณสว่างเกินไป ในทางกลับกัน ถ้าดูแล้วเป็นแสงทึมๆ เทาๆ ก็แปลว่ามืดเกินไป ในกรณีที่ห้องทำงานของคุณมีกระจกรอบด้านทำให้เกิดแสงสะท้อนบนหน้าจอ การใช้ฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อนหรือเลือกใช้จอภาพแบบจอด้านสามารถช่วยแก้ปัญหาได้

อุณหภูมิสี

อย่างที่ทราบกันว่าอุณหภูมิสีจะถูกวัดเป็นองศาเคลวินโดยมีค่าตั้งแต่ 1,000 ถึง 10,000 ทั้งนี้จอภาพรุ่นใหม่แทบทุกรุ่นจะมีฟังก์ชันให้คุณสามารถปรับอุณหภูมิสีแบบแมนนวลได้ การปรับใช้อุณหภูมิสีที่อุ่นขึ้น (สีจะออกโทนเหลืองนิดๆ) จะเหมาะสำหรับการใช้งานในห้องที่ค่อนข้างมืด กลับกันอุณหภูมิสีเย็น (สีออกโทนฟ้า) จะเหมาะสำหรับห้องที่มีแสงสว่างมากๆ หรืออาจจะใช้วิธีแบ่งช่วงกลางวันกลางคืน โดยกลางวันปรับใช้อุณหภูมิสีเย็น (ประมาณ 6,500K) กลางคืนเป็นอุณหภูมิสีอุ่น (ประมาณ 3,400K) ซึ่งการเลือกใช้อุณหภูมิสีเหมาะสมจะช่วยถนอมสายตาได้มากกว่าที่หลายคนคิด

แต่ถ้าไม่อยากปรับอุณหภูมิสีกลับไปกลับมาให้เสียเวลา แนะนำให้ดาวน์โหลดโปรแกรม F.lux ซึ่งรองรับทั้ง Mac, Windows, Linux, iOS มาใช้ (https://justgetflux.com/) โดยโปรแกรมนี้จะทำการปรับอุณหภูมิสีของจอภาพให้เหมาะสมตามช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก เพียงกำหนดค่าชนิดของหลอดไฟที่ใช้ภายในห้อง และตำแหน่งที่คุณอาศัยอยู่ โปรแกรมจะปรับอุณหภูมิสีให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานโดยอัตโนมัติ
 

บำรุงดวงตา

การสวมคอนแทคเลนส์ทำงานกับจอภาพ จะทำให้สายตาทำงานหนักขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนมาสวมแว่นตาสัปดาห์ละสองครั้งจะช่วยลดอาการปวดตาลงได้ หรือหากใครที่สวมแว่นตาอยู่แล้ว ลองปรึกษาช่างทัศนศาสตร์ของคุณเรื่องเลนส์ชนิดพิเศษที่มีการเคลือบชั้นป้องกันแสงสะท้อนหรือแม้แต่การป้องกันแสงสีฟ้า และสิ่งที่ควรพึงปฏิบัติเป็นประจำคือการหยอดตาด้วยน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับดวงตาระหว่างวันทำงาน แนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อแนะนำยาหยอดตาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

หากปฏิบัติเป็นประจำตามคำแนะนำเหล่านี้ อาการปวดหัวปวดตาเวลาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์น่าจะทุเลาเบาบางลง แต่หากยังไม่ดีขึ้นแนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการอย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ด้วยความปรารถนาดีจากใจ OCZ วันนี้ต้องลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น