ลองเล่น 3 ฟีเจอร์ Galaxy S9 (AR Emoji - Bixby V.2 - กล้อง)


ลองเล่น 3 ฟีเจอร์ Galaxy S9 (AR Emoji - Bixby V.2 - กล้อง)

รีวิวโดย : OATCiiZ

Tech - Coffee - Beauty - Independent

Font Size A A A

 

Galaxy S9 และ S9+ กำลังจะถึงมือชาวไทยที่ได้ทำการจองไปเมื่อปลายเดือนก่อน ซึ่งคุณสมบัติพื้นฐานเราได้เคยอธิบายไปแล้ว ทั้งในส่วนของสเปค ราคา และอะไรที่ถูกเพิ่มเข้ามา สามารถหาอ่านได้จาก ที่นี่ แต่ครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 3 ฟีเจอร์เด่น ได้แก่  AR Emoji, Bixby Vision และกล้อง ดูว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยบทความนี้คือประสบการณ์ตรงหลังจากได้ลองจับเครื่องจริง

 

สอนใช้ AR Emoji แบบเข้าใจง่าย

              AR Emoji เป็นฟีเจอร์ที่เรียกสีสันให้กับ Galaxy S9/S9+ ได้เป็นอย่างดี โดยทางซัมซุงเปิดเผยว่าในโลกโซเชียลผู้คนต้องการแสดงความเป้นตัวเองออกมาและการแสดงตัวตนในรูปแบบอวตาร์ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น การใส่ฟีเจอร์นี้ก็เพื่อที่จะจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเป็นตัวเอง มีเพียงหนึ่งเดียวหรือความยูนีคนั่นเอง ส่วนวิธีใช้นั้นก็ไม่ยากไปดูพร้อมๆกันเลย

1.เข้าไปที่กล้อง จากนั้นเลือก AR Emoji

 

2.ถ่ายรูปหน้าตัวเองจากนั้นเลือกเพศ ชาย-หญิง เพื่อประมวลผล

 

3.เมื่อประมวลผลเสร็จจะได้ภาพ Emoji ในแบบของเรา ซึ่งสามารถเลือกตกแต่งได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ยังสามารถใช้สื่ออารมณ์แทนสติ๊กเกอร์ขณะแชทได้ด้วย  โดยจะมีพื้นหลังแสดงท่าทางต่างๆทั้งหมด 16 แบบ ทั้ง ดีใจ เสียใจ โกรธ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่ามีการเก็บรายละเอียดเฉพาะตัวบุคคลนั้นๆลงไปในอวตาร์ด้วย ทั้งสีผิว ทรงผม หรือแม้กระทั่งรอยกระบนใบหน้า นั่นแสดงให้เห็นว่าการทำ AR Emoji ใน Galaxy S9/S9+ จะไม่มีทางซ้ำกัน

 

Bixby Vision ฉลาดยิ่งกว่าอับดุล

            Bixby Vision ใน Galaxy S9/S9+ เป็นเวอร์ชั่น 2 ที่ถูกพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น โดยมีความฉลาดมากยิ่งขึ้นและเป็นเทคโนโลยี AI ที่เรียนรู้จากผู้ใช้เครื่องนั้นๆ ทั้งการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ หรือการค้นหาข้อมูล ทั้งหมดนี้จะถูกประมวลผลในขณะใช้งานเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้อย่างทันท่วงที ตัวอย่างเช่นการเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้า เมื่อเราถูกใจสิ่งของชิ้นนั้นเราสามารถใช้ Bixby ถ่ายรูปและค้นหาราคารวมถึงร้านค้าใกล้เคียงที่จำหน่ายสินค้าชนิดเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบราคา เป็นต้น นี่ยังไม่รวมการค้นหาร้านอาหารผ่านระบบ AR ผ่านกล้องโดยเราจะเห็นหมุดพิกัดว่ามีระยะห่างเท่าใด เป็นร้านอาหารประเภทไหน และที่สำคัญคือเราจะมองเห็นรีวิวด้วยว่าร้านดังกล่าวมีคะแนนเป็นอย่างไร

(ตัวอย่างการค้นหาร้านอาหารโดยรอบผ่าน Bixby)

 

              จุดเด่นหลังจากที่ได้ลองเล่น Bixby ใน S9/S9+ ครั้งนี้ก็คือการแปลภาษาที่รวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่นการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น หากเราต้องการสั่งอาหารก็มักจะพบเจอกับปัญหาเรื่องภาษา เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเมนูอาหารส่วนใหญ่จะไม่มีภาษาอังกฤษ แต่ Bixby สามารถทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้นเพียงแค่

 

(เมนูก่อนแปล)

วิธีใช้ Bixby แปลภาษา เปิด Bixby ขึ้นมา > จากนั้นหันกล้องไปทางเมนู  > เพียงเท่านี้เมนูก็จะแสดงผลเป็นภาษาไทยได้ทันที

(เมนูหลังแปล)

หลังจากที่ได้ลองทดสอบแล้วพบว่าการประมวลผลมีความรวดเร็ว ไม่มีอาการหน่วง ข้อดีคือแปลได้จากหน้านั้นทันทีโดยไม่ต้องเปิดปิดแอพพลิเคชั่นให้ยุ่งยาก

 

ต้องยอมรับว่ากล้องเขาดีจริงๆ

       เมื่อพูดถึงเรื่องกล้องใน Galaxy S9/S9+ ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน อันดับแรกคือภาพนิ่ง ตรงนี้ทางแบรนด์เคลมว่าเป้นกล้องที่ถ่ายทีเดียวจบ เพราะเลนส์ที่ให้มาเมื่อถ่ายในที่แสงมากหรือ Outdoor รูรับแสงจะปรับไปได้ถึง f2.4 และในสถานการณืที่ต้องถ่ายในที่แสงน้อยรูรับแสงสามารถปรับไปได้ถึง f1.5 โดยมีรูรับแสงพร้อมกัน 2 อัน ทั้งหมดทำงานแบบ Auto เป็นการ รวม 12 ภาพ ประมวลออกมาเป็นภาพเดียว ทางแบรนด์ยังย้ำว่าต่อให้ถ่ายที่แสงน้อยยังไงก็ออกมาชัด

(ภาพถ่ายในแสงกล้างแจ้ง Outdoor)

(ภาพถ่ายในที่แสงน้อย Indoor)

       ถัดมาคือส่วนของภาพเคลื่อนไหวประเภท VDO โดยการถ่าย 1 วินาทีจะอยู่ที่ 960 เฟรมเรท ด้วยความละเอียดที่สูงทำให้สามารถจับภาพในช่วงเวลาที่สำคัญได้ดีขึ้นและจะได้ภาพที่ต่างออกไป เพราะเราจะสามารถมองเห็น Moment ที่ตาเราไม่สามารถมองเห็นได้ ล้อไปกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ชอบส่งต่อภาพเคลื่อนไหวมากขึ้น

 

              ที่กล่าวมาก็เป็นเพียง 3 ฟีเจอร์เด่นที่เราได้ลองไปเล่นมาจริงๆและรู้สึกว่าการใช้งานทำได้อย่างลื่นไหล ซึ่งต้องยอมรับว่ามีทั้งส่วนของการพัฒนาให้ดีขึ้นทั้ง กล้อง และ Bixby แต่ก็ไม่หยุดที่จะเพิ่มสิ่งใหม่เข้ามาอย่าง AR Emoji ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ดึงความสนใจได้ดี โดยทั้งหมดทั้งมวลซัมซุงตั้งเป้าว่าจะขึ้นแท่นผู้นำเทคโนโลยีบนสมาร์ทโฟนและเปลี่ยน Hyper Conectivity รอบตัวมนุษย์ให้กลายเป็น Center ของชีวิต

ร่วมแสดงความคิดเห็น