10 เทคนิคถ่ายรูปสวยด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว


10 เทคนิคถ่ายรูปสวย ด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว

รีวิวโดย : OATCiiZ

Tech - Coffee - Beauty - Independent

Font Size A A A

 

ไม่แปลกที่ใครๆ ก็สามารถบันทึกความทรงจำเป็นรูปภาพได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟนเพียงแค่เครื่องเดียว แต่ความสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัสนี้เองที่ทำให้บางครั้งภาพถ่ายที่ได้มาดูขาดเสน่ห์ ครั้งนี้เรามีทริคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการใช้กล้องมือถือมาฝากกันรับรองว่าภาพถ่ายที่ได้จะดูมีชีวิตชีวาและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

1. อันดับแรกคือการใช้ Auto Mode หรือระบบการตั้งค่ากล้องแบบปกติที่สมาร์ทโฟนของคุณกำหนดเอาไว้ แล้วลองสังเกตดูว่าภาพที่ได้ออกมามีปริมาณแสงที่จ้าเกินไปหรือไม่ สามารถจับภาพได้เร็วเพียงใด หลังจากนั้นลองปรับเข้าสู่โหมด Manual ดูสิ แล้วคุณจะพบว่าบางครั้งการได้ลองปรับการตั้งค่าต่างๆ เองเพียงเล็กน้อย ก็จะส่งผลให้ภาพมีอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป

 

2. สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพมาก่อน จำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่าการปรับ ISO คือการชดเชยแสง ยิ่งมีตัวเลขที่สูงภาพก็จะสว่างมากยิ่งขึ้น ถัดมาคือ Shutter Speed ซึ่งส่วนใหญ่จะแสดงสัญลักษณ์ด้วยตัวเลข เช่น 60, 125, 320 ในส่วนนี้คือความไวในการลั่นชัตเตอร์ จำไว้ว่าตัวเลขยิ่งน้อยภาพจะยิ่งสว่าง ในขณะเดียวกันเมื่อตัวเลขน้อยชัตเตอร์จะลั่นช้าลงถ้าหากมือไม่นิ่งพอภาพจะวืดเอาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแสงในช่วงเวลานั้นๆ ด้วยว่าต้องการแสงมากน้อยเพียงใด (ใช้ Speed Shutter ต่ำว่า 50 ภาพอาจเบลอได้) นอกจากนี้โหมด HDR ที่ส่วนใหญ่ถูกใส่มาในกล้องสมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นจะช่วยเก็บรายละเอียดในภาพได้ดีมากขึ้น เพราะมันจะทำหน้าที่ปรับช่วงไดนามิคแสงให้อัตโนมัติ ทำให้ภาพดูสีสด เล่นแสงเงา แลดูมีมิติ

 

3. จัดรางกายให้นิ่งเมื่อถือสมาร์ทโฟนขณะถ่ายรูป อาจดูเป็นเรื่องกำปั้นทุบดินแต่สำหรับการถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์ทุกชนิดบนโลกจำเป็นต้องอาศัยความนิ่งทั้งนั้น เมื่อสมาร์ทโฟนมีน้ำหนักเบาเราก็ต้องใช้ร่างกายให้เป็นประโยชน์ เทคนิคหนึ่งคือการยื่นข้อศอกออกไปด้านข้างจะช่วยถ่วงน้ำหนักให้บาลานซ์ได้เป็นอย่างดี หรือถ้าใครมือสั่นจริงๆ ขาตั้งกล้องสำหรับโทรศัพท์มือถือก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว

 

4. iPhone X และ Samsung Galaxy Note 8 มีระบบ Optical Zoom มาให้แล้ว เมื่อถามว่ามันคืออะไร? คำตอบก็คือเมื่อถ่ายภาพใดภาพหนึ่งเอาไว้เราจะได้มุมกล้อง 2 แบบ ทั้งภาพกว้างปกติและภาพระยะใกล้ ข้อดีคือภาพจะไม่แตกทำให้ไม่เสียรายละเอียดของภาพไป แต่สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ นั้นจะเป็นการซูมแบบ Digital Zoom ทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัด ดังนั้นขอแนะนำให้ถ่ายภาพในขนาดปกติแล้วค่อยนำมาครอบตัดทีหลังจะดีกว่า

 

5. ถ่ายรูปทั้งทีควรเก็บหลายๆ ช็อตไปเลย ถึงแม้ว่าวัตถุนั้นจะอยู่กับที่แต่การกดชัตเตอร์หลายๆ ครั้ง หลายๆ มุม ก็ทำให้เราได้ภาพที่แตกต่างกันออกไป จากนั้นเราจะเลือกภาพที่ดีที่สุดในภายหลังก็ไม่เสียหายอะไร ดังนั้นคติที่บอกว่า “เหลือดีกว่าขาด” ก็ยังใช้ได้กับการถ่ายภาพอยู่ดี

6. ถ้าภาพยังไม่สวยก็แต่งมันซะเลย ในปัจจุบันนี้แอพพลิเคชั่นทั้งใน IOS และ Android เกี่ยวกับการปรับแต่งภาพถ่ายก็มีให้เลือกมากมาย สำหรับประเทศไทยที่เคยฮิตกันก็มี VSCO Cam และในตอนนี้ Lightroom ที่เคยเป็นโปแกรมในคอมพิวเตอร์ก็มีเวอร์ชั่นสำหรับมือถือให้ใช้กันแล้ว

7. ภาพปกติทั่วไปที่ได้จากกล้องสมาร์ทโฟนจะเป็นนามสกุล JPG หมายความว่ามีการประมวลผลมาแล้วระดับหนึ่ง ภาพและแสงจะดูเข้าที่เข้าทาง ความละเอียดของภาพน้อยลง แต่สำหรับมือถือบางรุ่นเราสามารถเข้าไปตั้งค่าเกี่ยวกับนามสกุลภาพถ่ายให้เป็น RAW ได้ ไฟล์ภาพถ่ายตระกูล RAW นี้เหมาะกับการแก้ไขปรับแต่งมากที่สุด ทั้งความละเอียดที่สูง แสงเงาที่ได้จะเป็นไปตามจริงเหมือนที่เราถ่าย เรียกว่าไม่มีการบีบอัดใดๆ แต่ทั้งนี้ก็แลกมาด้วยไฟล์ที่มีขนาดใหญ่มากกว่า JPG ที่ 3-5 เท่า ถ้ามือใครมีหน่วยความจำน้อยก็ข้ามข้อนี้ไปได้เลย

 

8. อย่าใช้แฟลชถ้าไม่จำเป็น เพราะสำหรับสมาร์ทโฟนแล้วเซ็นเซอร์รับแสงมีมาให้ก็จริงแต่ทว่ามันไม่ได้ดีเหมือนกับกล้อง DSLR ทางที่ดีควรเลือกถ่ายภาพให้แหล่งกำเนิดแสงอยู่ทางด้านหลังของเราเพื่อที่จะให้แสงตกกระทบกับวัตถุได้โดยตรง ส่วนใหญ่แล้วแสงธรรมชาติจะช่วยให้ภาพถ่ายออกมาดูดีที่สุด

 

9. สำหรับชาว Android เรามีตัวช่วยเสริมมาฝากกัน นั่นก็คือ Google Pixel Camera เป็นแอพพลิเคชั่นที่จะเข้ามาเสริมคุณสมบัติการถ่ายภาพให้กับสมาร์ทโฟนของคุณ เปรียบเทียบง่ายๆ คือซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาให้ฮาร์ดแวร์ในที่นี้คือ ”กล้อง” ทำงานได้ดีขึ้น สำหรับการดาวน์โหลดสามารถทำได้ผ่านวิธีการลง APKmirror (คลิก) โดยมีข้อแม้ว่ามือถือของคุณจะต้องอัพเดตเป็น Android เวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว

 

10. ทำความรู้จักโหมด Portrait แบบง่ายๆ โดยส่วนใหญ่จะใช้ถ่ายคนเป็นหลัก สำหรับกล้องสมาร์ทโฟนในช่วงหลังจะมีการพ่วงหน้าชัดหลังเบลอมาด้วยยิ่งทำให้การถ่ายภาพคนสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่ในบางครั้งการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอก็เกิดปัญหาไม่สามารถจับภาพได้ วิธีแก้นั่นก็คือการจัดองค์ประกอบภาพให้ชัดเจน เพื่อให้เซ็นเซอร์สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น การให้บุคคลยืนห่างจากพื้นหลังสักนิดหนึ่งเพื่อเป็นการเว้นระยะคนให้ชัดและปรับพื้นหลังให้เบลอ ลองนึกง่ายๆ ว่าหากคนยืนพิงผนัง ความลึกก็จะไม่เกิดส่งผลให้กล้องไม่สามารถปรับภาพให้หลังเบลอได้

หวังว่า 10 วิธีข้างต้นจะสามารถเปลี่ยนกล้องมือถือของคุณให้ดูมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น จะว่าไปแล้วเทนนิคทั้งหมดที่นำมาเล่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกล้อง DSLR หรือ Mirrorless ก็ได้ด้วยเช่นกัน เอาเป็นว่าภาพถ่ายคืองานศิลปะมันจะสะท้อนบุคลิกของผู้ที่ถ่ายออกมาแนวใครก็แนวมันนั่นแหละ

ร่วมแสดงความคิดเห็น